วันพุธที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2556

[SF Super Junior –โรมานซ์ตื่นสาย]


[SF Super Junior –โรมานซ์ตื่นสาย]
Main :: ChangBum
Rate ::
Write :: Tamamonomaai

...................................................................................................................................................................................................




คุณรู้จักเรื่องเจ้าหญิงนิทราไหม  เรื่องราวของเจ้าหญิงน้อยที่เกิดมา ได้รับพรวิเศษ ทั้งความงดงาม ความฉลาดปราดเปรื่อง และพรสวรรค์ทางดนตรี  ที่โดนคำสาบจากแม่มดใจร้ายให้ต้องหลับใหล และจะคลายคำสาบได้ก็ต่อเมื่อมีเจ้าชายมาจุมพิต


                แล้วคุณจะรู้สึกยังไงถ้าเรื่องนี้  เกิดขึ้นจริง


...............................................................................................................................................................................



แสงแดดอ่อน ๆ ที่ลอดผ่านผ้าม่านหนาหนักสีครีม  อากาศเย็นสบายในยามเช้าที่ชวนให้นอนขดตัวอยู่ในผ้านวมหนานุ่มที่แสนจะอบอุ่น  กับเตียงนุ่ม ๆ และหมอนใบโปรด  ที่ชวนให้การนิทรานี้อยากจะยืดเวลาออกไปอีกพัก 


               กริ๊ง ...ง ....ง .... ง   กริ๊ง ...ง ... ง ... ง 


                เหมือนโดนสวรรค์กลั่นแกล้ง เสียงร้องของเจ้านาฬิกาปลุกสีฟ้าสด ปลุกให้คนที่คุดคู้อยู่ใต้ผ้านวมให้ต้องเอื้อมมือเรียวมา .... กดปิด


                กริ๊ง ...ง ....ง .... ง   กริ๊ง ...ง ... ง ... ง 


                อีกครั้งกับเสียงปลุกจากนาฬิกาอีกเรือน


                “ คิบอมตื่นเร็ว !!  เดี๋ยวก็สายอีกหรอก”  เสียงตะโกนจากด้านล่างที่ทำให้ ดวงตากลมโตค่อย ๆ ยกเปลือกตาที่ดูเหมือนมันจะหนักเอาการขึ้นที่ล่ะน้อย ๆ


                “ อืม”  เสียงหวานครางในคอเบา ๆ 



               “แย่แล้ว ...ต้อง..รีบ..ลุก ...........” เดี๋ยวถูกประทานคุมกฎตัวแสบเทศน์อีกแน่  .... เสียงพึมพำที่ค่อยๆ เบาลง ๆ จนหายไปกลายเป็นเพียงเสียงในความคิด  ขณะที่มือเรียวก็ค่อย ๆ เอื้อมไปปิดเจ้านาฬิกาอีกเรือนที่ยังคงส่งเสียงอยู่ไม่ขาด แต่ ....ใช่มันมีแต่


                “อืม ... ต่ออีก 5 นาทีคงไม่ได้มั้ง .......แต่หมอนั่นไม่ยอมให้สายแม้แต่วินาทีเดียว    แต่ว่า ..... ไม่ไหวง่วงนอน”  เสียงอู้อี้ที่ออกมายากปากบางที่ตอนนี้ใบหน้าหวานซุกอยู่กับหมอนนิ่ม มือเรียวที่หมายจะไปปิดเจ้านาฬิกานั้น ก็เป็นอันต้องชักกลับมาดึงผ้านวมคลุมโปงมิด หวังจะช่วยลดเสียงให้เบาลง


                “ อีก 3 นาทีน้า”  เสียงหวานที่ลอดออกมาจากก้อนผ้านวม  โดยที่เจ้าของเสียงไม่ได้รู้ตัวเลยว่าตอนนี้ภายในห้องนอนแสนน่ารักนี้ ไม่ได้มีเพียงเจ้าของห้องอยู่แต่เพียงผู้เดียวแล้ว  ชายหนุ่มร่างสูงยืนกอดอกมองก้อนกลม ๆ ที่อยู่กลางเตียง คิ้วเข้มกระตุกสองสามที ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้เตียงนุ่ม


                “ บอกให้ตื่นไง !!!” เสียงทุ้มที่ตะโกนก้องลั่นห้อง มือใหญ่ก็กระชากผ้านวมออกมา  แต่ด้วยความไวที่ไม่รู้ว่ามาจากไหน  มือบางก็จัดการกระชากผ้านวมออกมาจากมือแกร่ง ก่อนจะจัดการห่มคลุมตัวเหมือนเดิม พร้อมหลับตาพริ้มเหมือนไม่เกิดอะไรขึ้น  และทุกการกระทำนั้น คิบอม ยังไม่แม้แต่จะลืมตาด้วยซ้ำ


                “อืม”  เสียงหวานที่ครางเบา ๆ อย่างเป็นสุขที่ได้นอนต่อ ที่ทำให้คิ้วหนากระตุก นัยน์ตาคมฉายแววเจ้าเล่ห์ที่หากว่า ร่างบางได้เห็นคงไม่กล้าจะนอนแต่เป็นแน่  ... แต่นั่นล่ะถ้าเห็นน่ะนะ


                พรึบ


                จุ๊บ


                มือแกร่งออกแรงดึงผ้านวมให้ออกไปพ้นทางก่อนที่ ริมฝีปากหนาจะประทับอยู่บนปากบาง กดจูบเบา ๆ ปลายลิ้นร้อนเลียรอบริมฝีปากบาง

                “ อือ .....”  เสียงครางในคอที่เปิดโอกาสให้ ร่างสูงสอดลิ้นร้อนเข้าไปในโพรงปากที่เผยออกอย่างเผลอไผล ทั้งที่ดวงตาสวยยังคงปิดสนิท  ลิ้นร้อนตวัดไปทั่วปากหวานฉ่ำไล่ต้องลิ้นเล็กที่ตอบรับอย่างไม่รู้ตัว จนลิ้นของทั้งคู่เกาะเกี่ยวกันจนแยกไม่ออก


                หืม ? .... อะไรน่ะ ..... อา ...รู้สึกดีจัง 


                คิบอม ที่กำลังเคลิ้มไปกับจูบร้อน เปลือกตาบางก็ค่อย ๆ ยกขึ้น  อาการขยับตัวน้อย ๆ เป็นสัญญาณให้ร่างสูงต้องผละออกมา เพราะตอนนี้เจ้าหญิงกำลังตื่นจากนิทราแล้ว


                “ อรุณสวัสดิ์”  เสียงทุ้มนุ่มที่ทำให้นัยน์ตาสวยเบิกกว้างทันที  และสิ่งที่ดวงตากลมได้เห็นนั้นก็เป็นใบหน้าของขายหนุ่ม  ที่มีนัยน์ตาคมสีดำสนิท จมูกโด่งที่รับกับริมฝีปากหนา เรือนผมสีน้ำตาลเข้ม


                ประธานคุมกฎ  ซิม ชางมิน


                มือเรียวยกขึ้นปิดปากทันที  เมื่อได้รับรู้แล้วว่าใครเป็นผู้มอบจูบหวานฉ่ำเมื่อครู่ ก่อนที่จะกรีดร้องออกมา เสียงกรีดร้องที่ทำให้ ชามมินต้องยกมือหนาขึ้นปิดหูทันที


                กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด


................................................................................................................................................................................


                ผมนุ่มสีดำสนิทที่ยุ่งเหมือนรังนก  เสื้อเชิ้ตสีขาวที่ชายหลุดลุ่ยออกมานอกกางเกงที่เข็มขัดหนังสีดำยังคาดไว้ไม่เรียบร้อย  เสื้อนอกสีน้ำเงินเข้ม เนคไทสีเดียวกับเสื้อนอกที่พาดอยู่ที่ไหล่บาง  นัยน์ตาสวยที่ตอนนี้หรี่ลงจนแทบปิด  พร้อมด้วยใบหน้าหวานที่ซีดเซียวเสียจนคนมองอดคิดไม่ได้ว่า ร่างบางที่กำลังยืนอยู่หน้าห้องตอนนี้  กำลังป่วย


                “ อรุณสัวสดิ์”  เสียงแหบพร่าง ของคิบอมที่เอ่ยทักทายเพื่อน ๆในห้องที่กำลังทำตาโตอย่างประหลาดใจ  ก่อนจะตามมาด้วยเสียงอื้ออึงมากมาย


                “เอ๋ !! คิบอมมาเช้าได้”


                “ ออดยังไม่ดังเลย มาได้ไง”


                “ เป็นไปได้หรือเนี่ย คิม คิบอมมาก่อนออดเข้าเรียน”


                และอีกมากมายที่เข้าหูของร่างบาง ที่ค่อยๆ  เดินไปยังโต๊ะตัวเอง แต่คำพูดพวกนี้ก็ไม่ได้ทำให้ คนฟังรู้สึกหงุดหงิด หรือ ไม่พอใจ  เพราะเป็นใครก็คงไม่เชื่อหรอกว่า  เจ้าหญิงสายเสมออย่าง คิม คิบอม  ที่มักจะมาหลังออดเข้าเรียนดังเสมอ  วันนี้จะมาก่อนเสียงออดได้


                “คิบอม เกิดอะไรขึ้นเนี่ยทำไมวันนี้มาแต่เช้าได้เนี่ย”  คยูฮยอนที่หันมา เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่อดจะตื่นเต้นไม่ได้  ก็รู้จักกันมาตั้งแต่อนุบาล  ไม่เคยจะเห็นเพื่อนหน้าหวานคนนี้จะตื่นเช้าได้ซักที


                “ก็ไอ้ประธานคุมกฎตัวแสบนั่นน่ะซิ  มารับถึงบ้าน”  เสียงหวานตอบคำก่อนจะกระแทกกระเป๋าลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่นเพื่อระบายอารมณ์ 


                หึ้ย ... ไอ้ชางมินตัวแสบ


                ถ้าจะถามว่าเพราะอะไรที่ทำให้ คิบอม ต้องอารมณ์เสียขนาดนี้ ก็คงต้องย้อนกลับไปเมื่อประมาณครึ่งชั่วโมงที่แล้ว


                หลังจากที่เจ้าชายรูปงามได้ทำการจุมพิตเพื่อปลุกให้เจ้าหญิงตื่นจากนิทรา  เจ้าชายรูปงามก็ได้รับรางวัลเป็นฝ่าเท้าสวย ๆ ที่กระแทกเข้าที่ท้องอย่างแรงจนตัวงอ  พร้อมกับเสียงใสที่ไล่ให้ ชางมิน ออกจากห้องเสียงลั่น  ซึ่งร่างสูงก็ยอมออกไปแต่โดยดี  แต่ก่อนที่จะเดินพ้นประตูห้องนอนของร่างบางไป  ชางมิน ก็หันมาบอกเสียงเข้มจนคนฟังขนลุกซู่


            “ ให้เวลา 15 นาที......แล้วอย่าได้คิดว่าจะนอนต่อเชียวไม่งั้น .....”


            15 นาทีต่อมาไม่ขาดไม่เกิด  คิบอมที่แทบจะกระโดดลงมาจากชั้นสอง ด้วยสภาพที่เรียกว่า .... ยังกะไปฟัดกับหมาที่ไหน ... ก็ทำให้ร่างสูงค่อย ๆ ลุกขึ้นกระชับกระเป๋า  เตรียมจะออกจากบ้าน

            “ เดี๋ยว !!  เรายังไม่ได้คุยกันเลยนะ  นายทำแบบนี้กับฉันทำไมเนี่ย”  มือเรียวจับที่ต้นแขนแกร่ง ออกแรงดึงให้อีกฝ่ายหันหน้ามา  น้ำเสียงเข้ม (ที่พยามทำให้เข้ม) พร้อมท่าทางที่ดูหาเรื่อง  ที่คนโดนถามได้แต่เพียงยกคิ้วอย่างกวน ๆ  ก่อนจะเอ่ยตอบเสียงเรียบ จนคิบอมแทบอยากจะกรี๊ดแตกอีกรอบ


            “นั่น ... ถือเป็นค่าตอบแทนที่เธอมาสายประจำไง?”


            “อึ้ย ... แต่ว่า........”  คิบอมสะดุ้งนิด ๆ  แต่ยังไม่ทันที่จะได้เอ่ยอะไร  ชางมิน ก็พูดแทรกขึ้นมาเสียก่อน


            “ เพราะเธอ มาสายเป็นประจำ แถมยังชอบเพิ่มงานให้ฉันทุกเช้า  ไหนจะแอบปีนรั้วโรงเรียน จนต้องคอยดัก  ไหนจะแอบเข้าทางพุ่มไม้ จนต้องเพิ่มพื้นที่ในการตรวจ”  เสียงเข้มที่มาพร้อมนัยน์ตาคมที่จ้องมองมา  คิบอมได้แต่ก้มหน้าอย่างรับผิด


            “ก็ .. ก็มันช่วยไม่ได้นี่นาคนมันตื่นไม่ไหวนี่”  เสียงใสแอบเถียงเบา ๆ  แต่คนหูดีอย่าง ชางมิน มีหรือว่าเสียงแค่นี้เค้าจะไม่ได้ยิน  คิ้วหนากระตุกสองที ก่อนนัยน์ตาคมจะฉายแววเจ้าเล่ห์


            “หืม .... ถ้างั้นจะทำมากกว่าจูบถ้าเธอยังไม่ยอมตื่นอีก” 


            “โกหกใช่ไหม!!!”  เสียงใสตะโกนก้อง นัยน์ตากลมเบิกกว้าง ..... ไม่จริงใช่ไหม  หมอนี่ไม่เอาจริงใช่ไหม .... ความคิดของคนตัวเล็กที่หวังว่าร่างสูงจะพูดเล่น  แต่เหมือนความหวังพังทลายเมื่อได้ยินประโยคคำตอบ


            “ ทุกเช้าจะได้มีแรงใจในการตื่นไง”  ประโยคที่ไม่ต้องแปล  คิบอม ก็รู้ตัวว่าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จะมีนาฬิกาปลุกอันใหม่เป็น ประธานคุมกฎตัวโย่งตัวแสบคนนี้แทน 


                และนั่นก็เป็นเหตุผลว่าทำไม  ตอนนี้ร่างบางถึงได้ ทำหน้ายู่อย่างคนอารมณ์เสียแบบนี้  ใบหน้าสวยที่งอง้ำหม่นหมองด้วยความไม่พอใจ  ทำให้อาหารตาของหนุ่ม ๆ ในห้องก็พลันหายไปด้วย


                “ จากนี้ไปต้องเจอหน้าตัวหดหู่ทุกเช้า .....” 


                “ดีออกมีรุ่นพี่ชางมินมารับถึงบ้าน”  คิบอมที่ยังเอ่ยไม่ทันหมดประโยคดี เสียงหวาน ๆ ของเพื่อนร่างอวบที่นั่นอยู่ข้าง ๆ ก็แทรกขึ้นมาเสียก่อน พร้อมด้วยท่าทางเพ้อฝัน ที่คนมองอยากจะประเคนบาทาน้อย ๆ ยันหันตกเก้าอี้เสียจริง ๆ


                “ดียังไง !?”  เสียงใสก็เถียงกลับไปอย่างสงสัย


                “ก็นั่นมัน รุ่นพี่ชางมิน นะ  ประธานคุมกฎมาดเท่  ร่าเริง  เสน่ห์แรง ..... เฮ้อ~... ฉันก็อยากให้เค้ามาปลุกฉันมั่งจัง”  ซองมินที่หันมาอธิบายให้ฟังด้วยสีหน้าจริงจัง ก่อนจะถอนหายใจแรง ๆ พร้อมกับประโยคที่ คิบอม อยากจะตอบกลับไปเหลือเกินว่า


                มาเปลี่ยนกันไหมมมมมมมมมมมมม


                “ ซองมิน ๆ  นายโดนหมอนั่นหลอกแล้วล่ะ.....หมอนั่นมันปีศาจร้ายชัด ๆ เลย ถึงออดจะดังแล้วหมอนั่นก็ยังกัดไม่ปล่อย  แอบซุ่มดักรออยู่ประจำ ... สายแค่นาทีเดียวแต่ถูกเทศน์กัณฑ์ใหญ่ตั้ง 2 ชั่วโมงเชียวนะ”  คิบอมที่อธิบายยาวเพื่อจะหวังให้เพื่อนเปลี่ยนความคิดว่า รุ่นพี่คนนั้นเป็นคนดี  แต่ทุกอย่างที่คิบอมพยามทำเหมือนจะไม่เป็นผลเมื่อซองมินตอบกลับมา


                “ แต่นั้น คิบอมผิดเองนี่นา  ก็อย่ามาสายซิ”  คำพูดเรียบ ๆ กับใบหน้าหวานที่ส่งยิ้มน้อย ๆ มาให้ แต่ที่ซองมินได้รับตอบแทนเป็นเพียง ค้อนวงโตของคนที่โดนจี้ใจดำ  ใบหน้าหวานอมลมจนแก้มที่ป่องอยู่แล้ว ก็ยิ่งป่องกว่าเดิม  ปากบางยู่อย่างน่ารักก่อนจะสะบัดหน้าหนีไปทางหน้าต่าง  แต่เหมือนว่าการกระทำนี้จะทำให้คิบอม ยิ่งอยากร้องไห้เมื่อนัยน์ตาสวยเหลือบไปเห็นใครบางคนที่อยู่ด้านล่าง


                “กรี๊ด รุ่นพี่ชางมิน ... “  เสียงหญิงสาวภายในห้องที่ดังขึ้น ที่คิบอมอยากจะหาอะไรมายัดปากบางนั่นเสียเหลือเกิน... จะไปเรียกหมอนั่นทำไม .....


                เสียงของหญิงสาวที่เรียกชื่อของตนเอง ชางมิน เงยหน้าขึ้นไปมองยังต้นเสียง  จนนัยน์ตาคมสบเข้ากับนัยน์ตาสวยที่กำลังหันมามองด้านล่างอย่างพอดิพอดี  มือแกร่งยกขึ้นโบกทักทายพร้อมรอยยิ้มทรงเสน่ห์ ที่ไม่ว่าสาว ๆ หรือ เคะ คนไหนเป็นต้องหลง  แต่ไม่ใช่กับเจ้าหญิงสายเสมอ คิม คิบอม


                “กรี๊ดดดด พี่เค้าโบกมือให้ฉันด้วยล่ะ”  เสียงของหญิงสาวที่ไม่ได้รู้ตัวเลยว่า ไม่ได้อยู่ในสายตาของ ร่างสูงที่ยืนยิ้มอยู่ด้านล่างเลยซักนิด  เพราะตอนนี้ในสายตาของ ชางมิน มีเพียง หนุ่มน้อยหน้าหวานผู้เป็นเจ้าของแก้มป่อง ๆ ที่น่าจะกดจมูกลงไปแรง ๆ เพื่อสูดความหอมหวาน  กับริมฝีปากบางสีสด ที่เค้ารับรู้แล้วว่ามันหวานมากแค่ไหน


                ทุกคนกำลังโดนหมอนี่หลอก .... หมอนั่นมันจอมวายร้าย .. ปีศาจร้ายที่ใช้จูบปลุกคนอื่นให้ตื่น  .... ไอ้โย่งหื่น


                คิบอม แยกเขี้ยวใส่ชางมิน ที่ยังคงมองมาพร้อมรอยยิ้มไม่เลิก  ก่อนจะสะบัดหน้ากลับเข้าไปในห้อง  ท่าทางเหมือนลูกแมวกำลังขู่  มันไม่ได้น่ากลัวเลย แต่มันกลับน่ารักสำหรับคนมองซะจริง


                “ ฮ่า ฮ่า ..”  เสียงหัวเราะที่อยู่ ๆ ก็ดังขึ้นของ ชางมิน ทำให้คนที่เดินมาด้วยกันกับร่างสูง  ได้แต่หันมามองหน้ากันเอง 


                “ เป็นบ้าอะไรของนายว่ะ ไอ้ชางมิน เดี๋ยวก็หยุด เดี๋ยวก็ยิ้มแถมมีโบกไม้โบกมืออีก  แล้วนี่ยังมาหัวเราะซะเสียงลั่นอีก”  ชายหนุ่มร่างสูงที่ได้แต่กอดอกมอง ชางมิน ที่ยังหัวเราะร่วน  พร้อมด้วยใบหน้าที่ฉายแววสนุกออกมาอย่างชัดเจนจนอดไม่ได้ที่จะต้องเอ่ยปากถาม


                “ หรือว่าสนใจเด็กสาว ๆ พวกนั้นหรือไง”  เสียงหวานที่ดังอยู่ด้านข้าง ที่ทำให้นัยน์ตาคมเหลือบไปมองหน้าต่างข้าง ๆ ที่เมื่อครู่ลูกแมวยืนอยู่ ก็พบกับเหล่าหญิงสาวหน้าสวยยืนเบียดกันแน่น


                “เปล่าซะหน่อย แจจุง ผมมองลูกแมวน้อยที่กำลังขู่ผมฟ่อ ๆ ตะหาก”  ร่างสูงหันมาสบตากับเพื่อนหน้าสวย  เจ้าของเสียงหวาน ๆ เมื่อครู่  ก่อนจะยักไหล่น้อย ๆ  ขายาวก็ก้าวออกยากสถานที่ตรงนี้โดยไม่ได้สนใจเสียงเรียกของเหล่าสาว ๆ ที่ยังคงตะโกนเรียกชื่อเค้าอยู่


                “ ลูกแมว?”  แจจุงทวนคำเสียงเบา ก่อนจะหันไปมอง แฟนหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างๆ อย่างหวังว่าจะได้คำตอบ  แต่สิ่งที่ร่างสูงให้ได้ก็มีเพียงการส่ายหน้าน้อย ๆ ก่อนจะพากันเดินไป  ทิ้งความสงสัยไว้เพียงแค่นี้ เพราะเดี๋ยวค่อยไปคาดคั้นที่หลังก็ได้


................................................................................................................................................................................


                เป็นเวลาอาทิตย์กว่า ๆ แล้วที่ ชางมิน มาปลุกเจ้าหญิงด้วยจุมพิต  การปลุกที่ดูเหมือนว่ากำไรทั้งหมดจะตกอยู่ที่คนตัวสูง  ที่มักจะได้จูบหวาน ๆ เป็นรางวัลในการปลุกเจ้าหญิงขี้เซา


                และวันนี้ก็เป็นอีกวันที่ ชางมิน เข้ามาปลุกร่างบางที่ยังคงหลับตาพริ้มอย่างสบายใจ  แล้วถ้าจะถามว่าทำไม ชางมินถึงได้บุกเข้าห้องของ คิบอม ได้ตลอด คงต้องยกความดีความชอบให้คุณนายคิม ที่อำนวยความสะดวกให้ด้วยการให้กุญแจสำรองห้องคิบอมกับ ชางมิน ไว้เพื่อปลุกเจ้าลูกชายที่ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน เธอก็ไม่เคยเลยที่จะปลุกเจ้าตัวดีให้ตื่นไปเรียนทันได้เลย


                แรงยุบตัวเบา ๆ บนเตียงนุ่ม ที่ทำให้คนที่ช่วงนี้ ระดับการระวังภัยเริ่มมีมากขึ้น  รู้สึกตัวน้อย ๆ  นัยน์ตาหวานที่ยังคงปรืออยู่ก็เหลือบไปเห็นแขนแกร่งที่กำลังวางอยู่บนเตียงนุ่ม ที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเจ้าของแขนแกร่งนี้เป็นใคร ดวงตากลมโตก็เบิกกว่าทันที เมื่อเพียงหันหน้ามาเล็กน้อยก็เจอกับใบหน้าหล่อที่ค่อย ๆ เลื่อนลงมาใกล้


                อุ๊บ


                “แว๊ก !!! ตื่นแล้ว ๆ  ฉันตื่นแล้ว”  มือเรียวสวยยกขึ้นปิดปากหนาหยักของ ชางมิน เอาไวด้ได้ทันก่อนที่ ริมฝีปากหนาจะได้ประกบแนบชิดกับปางบางสีสด  เสียงใสก็ร้องลั่น  แก้มใสซับสีระเรื่อน่ามอง


                “หืม .. หมู่นี้ประสาทไวขึ้นนี่”  ชางมินที่ดูจะเสียดายเล็ก ๆ ที่เช้านี้ไม่ได้จุมพิตปลุกเจ้าหญิงขี้เซา  แต่ก็ยอมลุกออกจากเตียงนุ่มแต่โดยดี  นัยน์ตาคมฉายแววแปลก ๆ ที่ทำให้ คิบอม รู้สึกขนลุก


                “ ออกไปซิ จะเปลี่ยนชุด”  มือเรียวก็โบกไล่ให้ร่างสูงออกจากห้องไป  ซึ่งชางมินก็ยอมออกไปแต่โดยดี ไม่มีอาการอิดออดใด ๆ  แต่ก่อนที่ร่างสูงจะออกพ้นประตูห้องนอนไป  ก็หันมาพูดอะไรบางอย่างที่ เรียกสีแดงก่ำให้ปรากฏบนแก้มป่อง ๆ ทันที


                “ ดูท่าเธอจะนอนดิ้นน่าดูซินะ  อืม .....เธอนี่ก็ขาวนะ เอ็วก็เล็กแถม .... หัวนมสีชมพูน่ารักเชียว”


                ใบหน้าหวานเอียงน้อย ๆ อย่างน่ารัก นัยน์ตาสวยฉายแววสงสัยเต็มที่เมื่อได้ยินสิ่งที่ ชางมินพูด  ท่าทางน่ารัก ๆ ที่ร่างสูงได้แต่กลั้นขำเต็มที มือแกร่งก็ชี้ไปยังร่างบาง  ซึ่งเมื่อคิบอมก้มมองไปตามทางที่นิ้วเรียวชี้มาก็ทำให้ความเข้าใจวิ่งเข้ามากระแทกอย่างจังจนทำให้ แก้มใสแดงก่ำ


                เมื่อเสื้อนอนของร่างบางที่เป็นเสื้อยืดตัวใหญ่สีน้ำเงินเข้ม ที่ควรจะปกปิดผิวกายสวยเอาไว้เหมือนดั่งตอนก่อนเข้านอน  บัดดนี้ชายเสื้อได้หดร่นไปกองรวมกันอยู่เหนืออกขาว เผยผิวกายขาวเนียน หน้าท้องแบนราบ เอวคอดเล็ก และที่แตะตาที่สุดคงไม่พ้น ยอดอกสีชมพูสวยที่ชนให้น่าขบแรง ๆ ซักที


                แล้วทำไมไม่บอกกันเล่า !!!


                คิบอมได้แต่โวยวายอยู่ในใจ มือเรียวก็รีบถึงชายเสื้อให้กลับลงมาอย่างเร็ว  ก่อนจะหันมาค้อนลมงอนอากาศอยู่เพียงคนเดียว เพราะหลังจากที่ ร่างสูงพูดจบ ก็แทบจะวิ่งออกจากห้องทันที  ... ก็เรื่องอะไรจะอยู่ให้โดนคนตัวเล็กเล่นงานล่ะ....


                ตึก

               
                ตึก


                เสียงกระแทกเท้าที่ไม่ต้องบอก ชางมิน ก็รู้ได้ทันทีว่าเจ้าของเสียงนั้นอยู่ในอารมณ์ไหน  แม้ร่างสูงจะรู้สึกเสียดายเล็ก ๆ ที่วันนี้ไม่ได้ชิมรสหวานจากปากบางสีสวย  แต่วันนี้ก็มีสิ่งทดแทนเป็นอาหารตาที่เห็นแล้วชวนใจกระตุก  ปากหยักยกยิ้ม เมื่อคิดถึงใบหน้าหวานที่แดงก่ำ ท่าทางเขินอายที่ดูน่ารักกว่าผู้หญิง


                ปึก


                ชางมินที่กำลังเพลิดกับความคิดถึงกับสะดุ้งเมื่ออยู่ ก็มีเสียงของอะไรบางอย่างกระแทกเข้ากับโต๊ะรับแขกของบ้าน คิบอม  นัยน์ตาคมก็เงยขึ้นจนพบเจ้าของเสียง  ร่างบางที่เดินกระแทกเท้าลงมาอย่างอารมณ์เสีย ก็เห็นร่างสูงที่นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียวในห้องรับแขก  จนเกิดอาการหมั่นไส้กับคนหล่ออารมณ์ดี ที่ดูเหมือนวันนี้จะอารมณ์ดีเป็นพิเศษเสียงด้วย


                “หืม..”


                เสียงครางในคอเบา ๆ กับนัยน์ตาคมที่หรี่มองร่างบาง เหมือนจะถามว่า เป็นอะไรหรือเปล่า ซึ่งสิ่งที่ได้ตอบกลับมาเป็นเพียง ค้อนวงโตพร้อมการสะบัดหน้าหนี ขาเรียวก็ก้าวเร็ว ๆ ออกจากบ้านโดยไม่รอใครอีกคนที่กำลังก้าวช้า ๆ ตามออกไป


                “นี่ฉันมีลูกชายหรือลูกสาวเนี่ย  ทำไมลูกฉันถึงได้ทำท่างอนได้น่ารักน่าหยิกอย่างนี้เนี่ย” คุณนายคิมที่ได้ยินเสียงตึงตัง ก็ออกมาจากห้องครัวทันที และสิ่งที่คุณนายคิมได้เห็นก็เป็นภาพลูกชายหน้าหวานที่กำลังส่งค้อนวงโตให้ร่างสูงที่ได้แต่ยิ้ม กับยิ้ม  ท่าทางแสนน่ารักของลูกชายที่ทำเอาคุณนายคิม ชักไม่แน่ใจว่าตนมีลูกชายหรือลูกสาวกันแน่


................................................................................................................................................................................


                ตึก  ตึก


                ตึก ตึก   


                เสียงฝีเท้าที่ดังแทบจะพร้อมกันของคนสองคนที่คนตัวเล็กหน้าหวานเดินนำหน้าโดยมี ร่างสูงหน้าหล่อเดินตามอยู่ด้านหลังไม่ห่าง  จังหวะการเดินที่เหมือนจะดูจงใจให้พร้อมกันของร่างสูง สร้างความหงุดหงิดใจให้ คิบอม ไม้น้อย


                โอ้ย !!! คนอะไรเนี่ยกวนชะมัดเลย


                คิบอมโวยวายลั่นอยู่ภายในใจ  ก่อนจะหันมามองคนที่ยังเดินตามไม่ให้ระยะห่างมากเกินไปหรือใกล้เกินไปตาเขียว และสิ่งที่ได้รับตอบมีเพียงรอยยิ้มอบอุ่นที่ทำให้แก้มใสซับสีเลือดจาง ๆ ใจกระตุกแปลก ๆ  แต่คิม คิบอม ก็ยังเป็นคิม คิบอม  ร่างบางแยกเขี้ยวใส่ก่อนจะหันกลับไปมองด้านหน้าตามเดิม ไม่สนใจคนที่ตอนนี้กำลังกลั้นหัวเราะสุดแรงเกิด


                ลูกแมวน้อยเล่นทำตัวน่ารักน่ากอดขนาดนี้ เดี๋ยวก็จัดการซะหรอก


                “ ฮะ .. ฮ้าว”  คิบอมที่เดินไปหาวไปตลอดทางเพราะช่วงหลัง ๆ ตั้งแต่โดนร่างสูงมาปลุก ก็ทำเอาร่างบางนอนไม่พอ  ขาเรียวเริ่มเดินไม่ตรงทาง  ท่าทางโงนเงน ๆ ที่คิ้วเข้มต้องขมวดฉับ


                ฮวบ


                ร่างบางที่อยู่ ๆ ก็ทรุดตัวลงไปเกือบจะกองอยู่กับพื้นถนน โชคยังดีที่ มือแกร่งคว้าที่ต้นแขนของร่างบางเอาไว้ได้ทัน 


                “ อันตราย !!”  เสียงทุ้มที่ร้อยอย่างร้อนใจเมื่อเห็น คิบอมทำท่าจะทรุดลงไปกับพื้น  ใบหน้าคมฉายชัดด้วยความเป็นห่วง


                “ ยังสะลืมสะลืออยู่ซินะ”  ชางมินเอ่ยถามเสียงเรียบแต่ยังมีกระแสความเป็นห่วงส่งออกมา


                “ขะ...ขอโทษฮะ”  นัยน์ตาสวยที่หันมาสบเข้ากับนัยน์ตาคมที่ส่งความห่วงใยออกมาอย่างไม่มีปิดบัง ก็ได้แต่เอ่ยเสียงเบา ก่อนจะหันหน้าหนี


                ดันให้หมอนี่ช่วยซะได้


                ความคิดของคนที่กลัวเสียฟอร์ม  ที่แม้จะอยากขอบคุณร่างสูงที่ช่วยไม่ให้ต้องไปทดสอบความทนทานระหว่างหัวทุย ๆ กับพื้นคอนกรีต ว่าอันไหนจะแข็งกว่ากัน แต่จะให้เอ่ยขอบคุณง่าย ๆ ก็เสียชื่อ คิม คิบอม หมดซิ


                “ ปล่อย ! ฉันไม่เป็นอะไรแล้ว รีบปล่อยได้แล้ว”  คิบอมออกแรงสะบัดแขนให้ออกจากการเกาะกุมอย่างแรงจนหลุดออกมาเพราะ ชางมิน ไม่ทันได้ตั้งตัว  ท่าทางที่เหมือนจะดูรังเกียจ  ทำเอาคิ้วหนากระตุกทันที


                “ท่าทางยะโสนี่มันอะไรห๊ะ .. อะไร”  มือแกร่งหยิกเข้าที่แก้มป่อง ๆทั้งสองข้างอย่างหมั่นไส้กับทางท่าหยิ่ง ๆ ของร่างบาง


                “เจ๊บน้า !!!!!”  คิบอมร้องเสียงลั่น  มือเรียวก็ตีเข้าทีมือแกร่งทั้งสองข้างเพื่อให้ ชางมิน ปล่อย  น้ำใส ๆ คลออยู่ที่นัยน์ตาสวยทันที  ร่างสูงปล่อยมือออกจากแก้มนิ่มที่ตอนนี้แดงก่ำเพราะแรงหยิก


                “ช่วยไม่ได้นี่นาก็ฉันเกลียดนายที่สุด  เกลียด ๆๆๆๆ”  มือเรียวลูบแก้มตัวเองปอย ๆ ปากก็ตะโกนลั่นอย่างไม่อายใคร แต่ประโยคที่ออกมาจากปากบางนั้น ก็ทำให้คนฟัง กระตุก


                เกลียดงั้นเรอะ  !!!


                “งั้น ... เธอชอบคนแบบไหนล่ะ?”  น้ำเสียงเศร้า ๆ ที่คนฟังไม่ทันได้สงเกตุ ก็เอ่ยถามร่างบางที่ยังคงหน้ายู่หันไปทางอื่นจนไม่เห็นนัยน์ตาคมที่อ่อนแสงไร้แววขี้เล่นเหมือนเคย


                “อ๋อ .... ก็ต้องเป็นคนใจดี  อย่างช่วยถือกระเป๋าให้  ช่วยพันผ้าพันคอให้ตอนหนาว”  เสียงใสเอ่ยพร้อมทำท่าเพ้อ ๆ เหมือนหญิงสาวที่กำลังฝันถึงเจ้าชายรูปงาม  ท่าทางเพ้อฝันที่ร่างสูงอดไม่ได้ที่จะต้องแทรกขึ้นมา


                “เชอะ!! ทึ่มสุด ๆ” 


                “ขอโทษที่ทึ่ม !!”  คิบอมหันมาแว๋ดเสียงใส ก่อนจะส่งค้อนให้อีกวงใหญ่  ( เช้าวันนี้ ชางมินโดนค้อนไปกี่ทีแล้วเนี่ย)


                “แค่นี้ก็ทำให้รักแล้วเหรอ” 


                “แล้วผิดตรงไหน ... เอ๊ะ !!”  ร่างบางสะดุ้งน้อย ๆ เมื่ออยู่ ๆผ้าพันคอลายสก็อตสีน้ำตาลเข้มที่เคยพันอยู่รอบคอร่างสูง ก็ถูกเอามาพันคอขาว  ใบหน้าหวานหันไปมอง ชางมิน ที่ส่งยิ้มอ่อน ๆ รอยยิ้มอบอุ่นที่กระตุกใจคนมองทุกครั้งที่เห็น


                “ อ๊ะ !!.... ดะ..เดี๋ยว”  คิบอมร้องด้วยความตกใจเมื่อมือแกร่ง แย่งเอากระเป๋าเป้ใบเก่งเอาไปถือเสียงเอง


                “ แล้วไงต่อ?”  น้ำเสียงและใบหน้าที่แสดงถึงความจริงจัง ใบหน้าที่คิบอมไม่ค่อยได้เห็นเท่าไรนัก  ใจด้วยน้อยก็เต้นไม่เป็นจังหวะ ดวงหน้าหวานแดงก่ำกับการกระทำของร่างสูง ที่ทำทุกอย่างเหมือนที่ร่างบางพูดเมื่อครู่


                “หะ ... หา ? ... อ่อ .... ทำ...ทำไงดี”  ท่าทางเขิน ๆ กับหน้าแดง ๆ ของคิบอม เหมือนเป็นกำลังใจชั้นดีให้ร่างสูงที่เมื่อกี้ จิตตกไปแล้วกำคำว่า เกลียด  ที่ร่างบางตรงหน้าประกาศลั่น 


                “พะ ... พี่ชางมิน”  เสียงสั่น ๆ กับคำเรียกขานที่ร่างบางใช้กับคนตัวโตเป็นครั้งแรก  เมื่อมือแกร่งคว้ามือเล็กมากุมไว้แน่น ถ้านั้นทำให้ ใจด้วยน้อยสั่นคลอนแล้ว ประโยคที่ตามมาพร้อมยิ้มเอ็นดู ก็ทำให้ร่างบางแทบจะระเบิดตัวตายได้เลย


                “เดี๋ยวหกล้มอีก  พี่จูงมือไว้ดีกว่า”  ท่าทางสุขุม ไร้แววคนเจ้าเล่ห์เมื่อเช้าจนหมดสิ้น  ท่าทางที่อยู่ ๆ ก็เปลี่ยนไปของ ชางมิน ทำเอาคิบอมไปไม่เป็น  หมดคำพูด หมดแรงท้านทาน ไม่มีแต่ท่าทีขัดขืนใด ๆ เมื่อชางมิน กุมมือนิ่มไว้แล้วจูงมือกันเดินไปตลอดทาง  มีเพียงแต่เสียงหัวใจที่เต้นดังเสียจนเจ้าของรำคาญ  กับความร้อนที่ก่อเกิดอยู่บนแก้มป่องใสจนแดงก่ำ


                นี่มันอะไรกันเนี่ย ?  เราเป็นอะไรไป  ทำไมใจเราต้องเต้นแรงขนาดนี้ ทำไมต้องหน้าแดงด้วย  คนคนนี้ไม่ได้คิดจะแกล้งเราอยู่หรอกเหรอ ?


                คิบอมที่ตอนนี้ได้แต่นั่ง ๆ นอน ๆ อยู่บนเตียงนุ่มของตัวเอง   ตั่งแต่เช้า คำถามเดิม ๆ ก็วนเวียนอยู่ในหัวไม่เลิก  ทั้งการกระทำที่ ชางมิน ทำเมื่อเช้าก็ยิ่งทำให้ทั้งใจเต้นแรง และหน้าแดง ไม่หยุดหย่อน  จนเพื่อน ๆ ได้แต่มองอย่างงง กับอาการที่เดี๋ยวหน้าแดง เดี๋ยวก็ทำหน้าเหมือนกำลังโกรธใครของ คิบอม


                และตอนนี้มันก็กำลังทำให้ ร่างบางเกิดอาการนอนไม่หลับ  เพราะไม่ว่าจะพยามหลับตาแค่ไหน ทั้งน้ำเสียงและสายตารอยยิ้มนั่น ก็ตามมาหลอกหลอนตลอดเวลา 


                แสงแดดที่ลอดผ่านผ้าม่านหนาหนัก ที่บอกให้คนที่ยังนั่งตาสว่างอยู่บนเตียงได้รู้ว่าตอนนี้เข้าสู่เช้าวันใหม่แล้ว  คิบอมที่ไม่ได้นอนทั้งคืน ก็ลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัว  เพราะดูเวลาแล้วอีกไม่นาน ร่างสูงคงจะมาปลุก  แต่เพียงแค่คิดถึงคนที่กำลังจะมา  ใบหวานก็แดงก่ำห้ามไม่ได้เสียทุกที


                เพราะหมอนั่นคนเดียวเลย อยู่ ๆ ก็ทำดีด้วย ทั้ง ๆ ที่ปกติชอบแกล้ง ประจำ .... อ๊ากกก ฟุ้งซ่านอะไรเนี่ยเรา


                คิบอมแทบจะดึงหัวตัวเองห้ามไม่ให้คิดอะไรพุ้งซ่าน  ใบหน้าสวยก็ส่ายไปมาอย่างแรงหวังให้ความคิดแปลก ๆ หลุดออกจากหัวไป


                “มัวทำอะไรแต่เช้า?”  เสียงทุ้มนุ่มที่ดังมาจากด้านหลัง  ทำเอาคิบอมสะดุ้งเล็ก ๆ ก่อนจะหันไปมองต้นเสียง


                ซิม ชางมิน


                “หืม ... มาแปลกตื่นแล้วรึเนี่ย?”  ชางมินยกคิ้วหนาอย่างตกใจ เมื่อเห็นว่าร่างบางที่ควรจะยังนอนอยู่บนเตียงตอนนี้ ไม่ใช่แค่เพียงตื่นแล้ว แต่ยังแต่งตัวพร้อมอีกต่างหาก


                “อย่าเข้ามาปุ๊บปั้บสิ !! “  คิบอมที่สติกลับมาแล้ว ก็แว๋ดลั่นเมื่อร่างสูงเข้ามาโดยไม่บอกไม่กล่าว  แต่คำกล่าวหานี้ ชางมิน ก็ได้แต่ยักไหล่น้อย ๆ ก่อนจะตอบเสียงเรียบ


                “ฉันเคาะประตูแล้วนะ  เธอนั่นแหละที่ไม่ได้ยินเอง .... แล้ววันนี้เกิดอะไรขึ้น?”


                “เปล่า .... แค่ตื่นเช้าเอง”  เสียงเบา ๆ ที่มาพร้อมกับการก้มหน้าหลบสายตาของร่างบาง  ที่ชางมินรู้สึกว่าวันนี้ ลูกแมวน้อย ๆ ที่ชอบขู่ฟ่อ ๆ แปลกไป  ส่วนทางด้านร่างบาง ก็ได้แต่คิดเอาเองว่า ชางมิน ต้องคิดว่าตัวเองเพี้ยนแน่ ๆ ก็ยิ่งก้มหน้าจนคางมนชิดกับอก มือเรียวก็ยิ่งกุมกันแน่น


                “หืม ... งั้นหรอ?”  มือแกร่งจับที่ปลายคางสวยดันให้ใบหน้าหวานเงยขึ้นมา ใบหน้าคมค่อย ๆ เลื่อนเข้ามาใกล้กับดวงหน้าหวาน จนหน้าผากของทั้งคู่ชนกัน   ปลายจมูกที่สะกิดโดนกันเบา ๆ   นัยน์ตาคมที่จับจ้องไปในดวงตากลมโต  ลมหายใจอุ่น ๆ ที่รินรดหน้าเมื่อริมฝีปากหยักขยับเอ่ยคำ


                “ตาแดงแจ๋ ... คงยังไม่ได้นอนเลยซิท่า?” ความใกล้ชิดที่อยู่ ๆ ก็เกิดขึ้น ทำให้คิบอมหน้าแดงก่ำราวมะเขือเทศสุก ดวงตากลมยิ่งเบิกกว้าง 


                “ เป็นอะไรไป?” ร่างสูงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงที่เห็นร่างบางนิ่งเงียบไป  ไหนจะที่อยู่ ๆ ก็เล่นไม่ยอมนอนทั้งคืนจนตาแดงอีก  แต่เหมือนคำพูดนี้จะเรียกสติร่างบางให้กลับมาทันทีจนได้รับรู้ถึงความห่างของใบหน้าที่ห่างกันเพียงลมหายใจคั่น


                “ว๊ากกกก !! ....นะ..หน้าใกล้เกินไปแล้ว”  คิบอมร้องลั่น มือบางก็ดันหน้าหล่อ ๆ ของชางมินให้ออกห่างอย่างแรง  จนคนโดนพลักอดจะบ่นด้วยน้ำเสียงน้อยอกน้อยใจไม่ได้


                “อะไรเนี่ย !  คนอุตส่าห์เป็นห่วง”


                อ๊ากกกกก  เราเป็นอะไรไปเนี่ย  ทำไมถึงได้ใจเต้นระรัวกับอีตาโย่งชางมินด้วย


                คิบอมได้แต่ตะโกนถามตัวเองในใจ ทั้ง ๆ ที่มือเรียวยังคงกุมแก้มป่อง ๆ ของตัวเองที่ร้อนจนไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามันแดงขนาดไหน  ทั้งเสียงหัวใจที่เต้นระรัวดังสนั่น จนเจ้าของกลัวว่ามันจะหลุดออกมาเสียให้ได้


                “ อุ้ยตายแล้ว !!! วันนี้ลูกแม่ ลงมาแต่เช้าเชียว”  คุณนายคิมร้องด้วยความตกใจสุดขีดที่เห็นลูกชายที่ไม่เคยได้เห็นในเวลาเช้าขนาดนี้ กำลังเดินตามหลังร่างสูงที่เดินนำลงมาจากชั้นสอง


                “แม่อ่ะ เวอร์ไปแล้ว” ร่างบางอดไม่ได้ที่เอ่ยออกมา ก็คุณแม่คนสวยเล่นทำท่าทางโอเวอร์เสียจนอดไม่ได้ที่ต้องพูดน่ะซิ  จะอะไรนักหนาก็แค่ ..... เมื่อคืนยังไม่ได้นอนเลยทำให้วันนี้ลงมาเร็วก็เท่านั้นเอง ....


                “ก็มันจริงนี่นา .... ตาชางมิน ทานข้าวเช้าด้วยกันก่อนนะลูก ไหน ๆ วันนี้น้องก็ตื่นเช้าขนาดนี้ ทานก่อนไป คงไม่สายหรอกมั้ง”  คุณแม่คนสวยหันมาค้อนลูกชายวงใหญ่  ท่าทางที่เหมือนกันทั้งแม่ทั้งลูก ทำเอาชางมินเกือบจะหลุดขำ  รู้แล้วว่าคนตัวเล็กนี้งอนเก่งค้อนเก่งเหมือนใคร


                “ครับคุณแม่” ชางมินตอบสั้น ๆ กับคำชวนให้ทานข้าวเช้า  ไม่ใช่ไม่อยากพูดไม่อยากคุย แต่ไม่กล้าเอ่ยปากมากกว่านี้เพราะกลัวจะกลั่นหัวเราะไม่อยู่  ยิ่งเห็น คิบอม หันมาค้อนใส่เพราะคำเรียกขานที่ให้เรียกมารดาของคิบอม ก็เล่นถอดแบบคนเป็นแม่ออกมาซะเหมือนกันทุกกระเบียดเลยนี่


                มื้อเช้าง่าย ๆ อย่างข้าวต้มร้อน ๆ ที่ช่วยให้เช้านี้เป็นเช้าที่สุดชื่น  แต่คงไม่ใช่กับ คิบอม  ที่ได้แต่นั่งมองคนเป็นแม่ ที่ทั้งยิ้ม ทั้งพูดคุยอยู่กับร่างสูงที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม  อย่างที่คงลืมไปแล้วว่ายังมีใครอีกคนที่นั่นอยู่ด้วย  แต่เมื่ออยู่ ๆ นัยน์ตาคมที่หันมาสบเข้ากับดวงตากลม  คิบอมก็หลุบตาก้มหน้าซ่อนแก้มแดง ๆ ที่มักจะเกิดขึ้นเสมอ ๆ เมื่อสบเข้ากับนัยน์ตาคมอย่างห้ามไม่อยู่หยุดไม่ได้ 


                คุณนายคิมที่ได้แต่หันซ้ายทีขวาที  มองลูกชายที่เธอค่อนข้างมั่นใจแล้วว่า จะต้องกลายเป็นลูกสาวแน่ ๆ ที่เดี๋ยวทำหน้างอ เดี๋ยวก็ทำหน้าแดง สลับกับชายหนุ่มร่างสูง หน้าตาหล่อเหลาที่เธอก็มั่นใจอีกว่าจะเป็นลูกเขยในอนาคต  ที่แม้จะพูดคุยอยู่กับเธอ แต่สายตากับมองแต่ลูกสาวไม่วางตา


                “ขอบคุณสำหรับอาหารเช้าครับ  พวกผมไปก่อนนะครับ”


                “ไปแล้วนะฮะ  จุ๊บ .”  ชางมินโค้งให้กับมารดาของคิบอม ด้วยความเคารพ  ตามด้วยคิบอมที่เดินมาหอมแก้มคนเป็นแม่ ก่อนจะโบกมือไหว ๆ แล้วเดินตามร่างสูงที่ออกนำไปก่อน


                ตลอดทางเงียบสนิทไม่มีการพูดคุยกันระหว่างคนสองคนที่มี คิบอม เดินนำหน้าและมีร่างสูงของ ชางมิน เดินตามหลัง จนมาถึงป้ายรถเมล์ที่ทั้งคู่ต้องขึ้นเป็นประจำ  ใช้เวลารอเพียงไม่นาน รถเมล์สายที่จะไปโรงเรียนก็มาพอดี  และด้วยวันนี้ทั้งคู่ออกมาเช้ากว่าปกติ ทำให้ภายในรถยังพอมีที่ว่างให้ได้นั่ง


                ทำไมหมอนี้ไม่เห็นเปลี่ยนแปลงอะไรเลย  ยังทำหน้ากวนโอ้ยเหมือนเดิม ..ทั้ง ๆที่เราทั้งใจเต้น ทั้งนอนไม่หลับ


                คิบอมที่เดี๋ยวก็ก้มมองมือตัวเอง เดี๋ยวก็หันมาจ้องหน้าร่างสูง  ทำเอาคนโดนจ้องอดจะเอ่ยปากถามไม่ได้


                “มีอะไรหรือเปล่า?”


                “เอ๊ะ !! ... เปล่านี่”  คิบอมสะดุ้งน้อย  ๆ ก่อนจะส่ายหน้าเร็ว ๆ


                “หืม .... นอนไม่พอใช่มั้ย?  ถ้าว่างพอจะเหม่อลอยก็นอนหลับซะ“  ชางมินครางในคออย่างสงสัย ก่อนมือหนาจะค่อยๆ ดันให้หัวทุย ๆ ของคิบอมเอนมาซบที่ไหลแกร่ง  พร้อมน้ำเสียงนุ่มหูที่สื่อออกมาชัดเจนว่าเป็นห่วง ก็ทำให้คนแก้มป่องหน้าร้อนผ่าว  แก้มใสก็ซับสีจนแดงก่ำ


                “ ปล่อย !  อายเค้าทุกคนมองกันใหญ่แล้ว”  มือเรียวก็พยามจะดันอกแกร่งเพื่อให้ตัวเองหลุดออกยากอ้อมกอด  ทั้งเขินทั้งอาย เพราะตอนนี้คนบนรถก็ไม่ได้น้อยเหมือนตอนแรกที่ขึ้นมาแล้ว ยิ่งเห็นว่าหลายคนเริ่มมอง คิบอมก็ยิ่งอาย ยิ่งอายก็ยิ่งดิ้น


                “สนใจคนอื่นทำไม ง่วงไม่ใช่หรือไง”


                “ก็ใช่ ... แต่พี่ไม่อายรึไง?”  คิบอมเอ่ยถามเสียงเบา นัยน์ตาสวยก็เหลือบไปมองคนรอบ ๆ   คำถามที่คนฟังได้แต่ยักไหล่เบา ๆ ก่อนที่มือแกร่งจะโน้มหัวคิบอมให้กลับมาซบไหล่แกร่งเหมือนเดิม


                “ ฉันเป็นห่วงเธอ ..มากกว่าความอาย....เถอะน่านอนเร็ว”  น้ำเสียงนุ่มที่จริงจังพร้อมวงแขนแกร่งที่เลื่อนจากหัวทุย ๆ ของคิบอมมาโอบที่ไหล่มน ออกแรงเบา ๆ เพื่อกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น  แต่ถ้าเพียงคิบอมเงยหน้าขึ้นมาซักนิด ก็จะได้เห็นว่าตอนนี้ร่างสูงนั้น มีสีหน้ายังไง


                ใบหน้าหล่อที่เริ่มซับสีแดงแข่งกับร่างบางที่อยู่ในอ้อมกอด ยิ่งได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นระรัวของร่างบาง กับใบหน้าแดงก่ำที่พยามข่มตาให้หลับอย่างที่ร่างสูงพูด  ท่าทางเขินอายที่ร่างสูงอดไม่ได้ที่จะกดจูบเบา ๆ ที่หน้าผากมน  สัมผัสเพียงแผ่วเบาที่ทำให้ดวงตากลมโตเบิกกว่า 


                “ขี้อายเกินไปแล้ว”  ชางมินค่อย ๆ เอนหัวมาซบกับกลุ่มผมนุ่ม สูดดมความหอมจากเส้นไหมสีดำสนิทเสียงแผ่วเบาราวกับกระซิบ  ยิ่งทำให้หน้าที่แดงอยู่แล้วของคิบอม ยิ่งแดงจนแทบจะระเบิด


                “ นี่ ... วันนี้กลับด้วยกันนะ”  อ้อมกอดที่กระชับขึ้นเรื่อย ๆ ของร่างสูง จนมือเรียวเกาะกุมที่ชายเสื้อของอีกฝ่ายแน่น ยิ่งได้ยินเสียงทุ้มนุ่มใจก็ยิ่งเต้นระรัว จนได้แต่คราง  ... อื้อ.. ในคอเบา ๆ กับพยักหน้าน้อย ๆ เพื่อบอกให้ร่างสูงได้รู้


...............................................................................................................................................................................


                วันนี้ถ้าจะถามว่าใครมีความสุขที่สุด คำตอบที่ได้คงไม่พ้น คิม คิบอม ที่ตั้งแต่เช้ามาก็ได้แต่นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่  เดี๋ยวก็หน้าแดง เดี๋ยวก็ยิ้มกว้าง  ท่าทางน่ารัก ๆ ที่ทำเอาหนุ่ม ๆ ในห้องที่พึ่งได้รับรู้ถึงว่าน่ารักของร่างบางแก้มป่องได้แต่มองอย่าเพ้อ  ๆ  ตาม


                แล้วถ้าจะถามว่าเพราะอะไร ถึงทำให้ คิบอม มีความสุขได้ขนาดนี้ก็ต้องย้อนกลับไปเมื่อช่วงพักเที่ยงที่ คิบอมโดนเพื่อนซี้อย่าง  คยูฮยอน และ ซองมิน ลากตัวไปสวยหย่อมหลังตึกเพื่อคาดคั้นเอาความจริงกับอาการเหม่อลอยกับหน้าแดง ๆ ที่หาสาเหตุไม่ได้


                “เล่ามาเดี๋ยวนี้นะว่าเกิดอะไรขึ้น”  เสียงหวานเอ่ยถามทันทีเมื่อมาถึงยังสวนหลังตึก  คำถามที่คนโดนถามได้แต่ทำตาโตเอียงคอมองอย่างน่ารัก


                “ ไม่ต้องมาทำท่าน่ารักกลบเกลื่อนเลย เล่ามา ๆ”  มือแกร่งของคยูฮยอนก็ผลักไปที่หัวทุย ๆ ของร่างบางเบา ๆ ด้วยความหมั่นไส้  จนคิบอมยู่ปากอมลมแก้มป่อง ส่งค้อนวงโตให้เพื่อนตัวโต


                “ฮ่า ฮ่า เดี๋ยวนี้มีงอนด้วยโว้ย  เพื่อนกู”  คยูฮยอนหลุดหัวเราะลั่นเมื่อเห็นท่าทางงอน ๆ อันแสนน่ารักของเพื่อนที่รู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก  อาการงอนแก้มป่องที่ไม่ได้เห็นมาตั้งแต่ป.4ที่คยูฮยอนส่งยิ้มเอ็นดูไปให้


                “นี่ไม่ต้องมามองด้วยสายตาอย่างนั้นเลยนะ  ไม่ใช่เด็ก ๆ แล้วนะ” คิบอมว่าเสียงใส ...... ก็ดูไอ้คยูมันมองดิ มองมายังกับผู้ใหญ่เอ็ดดูเด็กเล็ก ๆ เลยอ่ะ .....


                “นี่ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่องเลยนะ คิบอม เล่ามาเดี๋ยวนี้ว่ามีเรื่องอะไรทำไมถึงได้เหม่อ ๆ วันนี้”  ซองมินที่ไม่ยอมให้คิบอมเปลี่ยนเรื่อง มืออวบ ๆ ก็เขย่าแขนเรียวเรียกให้ คิบอมหันมาเล่าเรื่องราวให้ฟัง  ท่าทางสนอกสนใจของซองมิน ทำเอา คิบอมได้แต่ถอนหายใจยาว ๆ ก่อนจะเล่าทุกอย่างทุกเรื่องให้ทั้ง คยูฮยอนและ ซองมินได้ฟัง


                “ชอบพี่เค้าแล้วล่ะซิ”  หลังจากฟังเรื่องราวทั้งหมด  ทั้งซองมิน และ คยูฮยอนก็พูดออกมาพร้อมกันทันที


                “ห๊ะ !!! ปะ...เป็นไปไม่ได้”


                “ไม่ต้องมาบอกเป็นไม่ไปไม่ได้เลย คิบอม  ถ้าไม่ได้รักไม่ได้ชอบ คนอย่างนายจะยอมให้เค้าทั้งกอดทั้งหอมแล้วไหนจะ .....”  ซองมินเถียงทันทีที่ได้ยิน คิบอม พูดพร้อมอธิบายออกมาอย่างเสร็จสรรพ แต่ท้ายประโยคที่ถูกทิ้งไว้  ก็ทำเอาร่างบางหน้าแดงก่ำ คิดตามไปถึงสิ่งที่ซองมินพูด


                ใช่  คนอย่างคิม คิบอม  ถ้าไม่พอใจใครไม่มีทางที่จะยอมให้เข้าใกล้ได้เด็ดขาด  อย่าว่าแต่บุกเข้ามาถึงห้องอย่าง ชางมินเลย  แต่เดินสวนกัน ก็ยากแล้ว  แล้วนี่อะไร  ปล่อยให้ชางมินบุกเข้าห้องนอนได้ตลอดไม่มีการโวยวายใด ๆ ถึงแม้คนที่ให้กุญแจจะเป็นแม่ก็เถอะ  แต่ถ้าบอกออกไปว่าไม่  แม่ก็ไม่ชัดใจอยู่แล้ว  ไหนจะไอ้การปลุกด้วย .... จูบ .... นั่นอีก ถึงแม้จะมาตอนหลับ แต่ตอนตื่นก็ใช่ว่าจะจัดการไม่ได้นี่นา  ถึงอีกฝ่ายจะสูงกว่าตัวโตกว่าก็เถอะ


                ความเข้าใจที่ค่อย ๆ เด่นชัด พร้อมกับความแดงของหน้าที่ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นก็เป็นที่รู้กันแล้วว่า คนตรงหน้ารู้ใจตัวเองแล้ว


                “ว่าไง ... ชอบพี่เค้าแล้วใช่ไหม”  คำถามเดิมที่ออกมาจากปากหยักของเพื่อนวัยเด็กอย่าง คยูฮยอน  ที่ได้คำตอบเพียงการพยักหน้าเบา ๆ กับแก้มป่องที่แดงก่ำน่าหยิก


                “แล้วจะเอายังไง  จะรอให้พี่เค้าบอกก่อน  หรือว่าจะบอกก่อน”  ซองมินที่พอจะเดาได้ว่า ร่างสูงเองก็มีใจให้เพื่อนแก้มป่องคนนี้อยู่ไม่น้อย  ก็เอ่ยถามอย่างอยากรู้ 


                “  แล้วซองมินกับคยู ใครบอกก่อนล่ะ”  ทำถามที่คนถามคนแรกอย่างซองมินได้แต่หน้าแดงก่ำ  ส่วนคยูฮยอน ก็แต่อึกอัก ๆ  ไม่กล้าเอ่ยคำอะไรออกมา


                “ ว่าไงล่ะ ทำไมไม่บอกกันเลยล่ะ  ที่เรื่องของเค้าอ่ะซักแล้วซักอีกจนขาวสะอาดเลย ที่เค้าถามมั่งไม่ยอมบอกกันนะ”  น้ำเสียงตัดพ้อ ที่มาพร้อมนัยน์ตาสวยที่กระพริบถี่ ๆ  มือเรียวก็เขย่าแขนซองมินเบา ๆ  คยูฮยอนที่ตาโตมองอาการงอนบวกงอแง ของเด็กน้อยคิม คิบอม  ก่อนจะหันมาสบตากับซองมินแล้วทั้งคู่ก็ .........


                “ฮ่า  ฮ่า .... น่ารักว่ะไอ้บอม  โอ้ยยย เพื่อนเพื่อนกับแกมาตั้งแต่เด็ก พึ่งรู้วันนี้เองว่าเพื่อนกู น่ารัก”  มือแกร่งบีบเข้าที่แก้มป่อง ๆ ทั้งสองข้างอย่างหมั่นเขี้ยว  ใช่ว่าคยูฮยอนไม่รู้ว่าเพื่อนตัวเอง เป็นแบบไหนแต่คนที่ไม่รู้ตัวน่าจะเป็น คิบอม เองเสียมากกว่า  แล้วดูเหมือนว่าตอนนี้เพื่อนตัวเองจะเริ่มรู้ตัวแล้ว งานนี้ต้องขอบคุณ รุ่นพี่ชางมิน ซะแล้ว


                “เจ็บน้า !!!  ทำไมชอบหยิกแก้มกันจริงทั้งนานทั้งหมอนั่น”  คิบอมปัดมือแกร่งของคยูฮยอนออกจากแก้มตัวเอง ร้องโวยวายลั่น


                “ก็แก้มนายมันน่าหยิกนี่”   สองเสียงที่ประสานกันทันที  เรียกค้อนวงใหญ่จากเจ้าของแก้มน่าหยิก มือเรียวก็ลูบแก้มป่อง ๆ ที่แดงเป็นแถบเพราะคยูฮยอนเล่นบีบเต็มแรงเลย


                “นี่ไม่ต้องมาแกล้งกันเพื่อเปลี่ยนเรื่องเลยนะ  บอกมาเลยว่าใครบอกรักใครก่อน”  ดวงตาโตจ้องมองคู่รักเพื่อนซี้ตาเขียว  น้ำเสียงที่ดูเอาเรื่องแต่กลับไม่ได้ดูน่ากลัวเลยแม้แต่น้อย  ... ทำท่ายังกับลูกแมวหัดขู่ น่ารักเกินไปแล้ว.....


                “ เค้าบอกก่อน”  เสียงหวานเอ่ยเบา ๆ ราวกระซิบ  ใบหน้าหวานก็แดงระเรื่อน่ามอง จนคนมองอย่างคยูฮยอนออดไม่ได้ที่จะกดจูบไปที่แก้มใส

                “ อันที่จริงก็บอกเกือบจะพร้อมกันนั่นแหละ  แต่พอดีซองมินเค้าขอพูดก่อนก็เลยกลายเป็น ซองมินพูดก่อนไป”  คยูฮยอนหันมาตอบแบบจริงจัง  มือแกร่งกุมมือนิ่มออกแรงบีบเบา ๆ ให้คนข้าง ๆ หันมามองสบสายตารักใคร่ที่ไม่ว่าเมื่อไร ก็มีให้คนตัวขาวอวบคนนี้เสมอ

                “อืม ๆ”  คิบอมพยักหน้ารับรู้ อย่างเข้าใจ


                “ แล้วคิบอมจะบอก พี่ชางมิน หรือเปล่า”  ซองมินอดที่จะถามไม่ได้  ในเมื่อเพื่อนรู้ใจตัวเองแล้ว

               
                “บอก  จะบอกเย็นนี่แหละวันนี้นัดกันไว้ว่าจะกลับด้วยกัน”  น้ำเสียงและสีหน้าที่ไม่มีความลังเลหรือเขินอายใด ๆ  แถมด้วยเวลาที่เอ่ยมานั้นมันก็เร็วซะจน ซองมินกับคยูฮยอนต้องตกใจ


                “ เฮ้ย !!! มันเร็วไปหรือเปล่า  พึ่งจะรู้ตัวว่าชอบพี่เค้าเมื่อกี้เองนะ”


                “ก็แล้วจะเก็บไว้ทำไม  บอก ๆ ไปให้มันรู้กันไปเลย ถ้าเค้าคิดแบบเดียวกัน ก็คบ  ไม่คิดก็จบ จะได้เอากุญแจคืนมา”  ความคิดแบบพุ่งชนกันซึ่ง ๆ หน้าของคิบอม   ทำเอาคยูฮยอนต้องถอนหายใจเฮือกใหญ่  แม้จะอยากค้านแต่ก็จริงอย่างที่เพื่อนคิด  ในเมื่อรู้ใจตัวเองแล้วก็ควรจัดการอะไร ๆ ให้มันเด่นชัดไปเลยตามนิสัยของเพื่อน  จะให้มานั่งคิดนั่นนี่มีหวังเพื่อนเค้าได้เครียดตาย 
 

                แต่ก่อนที่ทั้งหมดจะได้พูดคุยกันต่อ  เสียงบอกหมดเวลาพักก็ดังแทรกขึ้นมาเสียก่อน  ทำให้ทั้งสามรีบวิ่งกลับห้องกันทันที เพราะวิชาต่อไปนั้น  อาจารย์โหดมากถ้าขืนเข้าสายมีหวังได้ยืนเด่นอยู่หน้าห้องแน่ ๆ


................................................................................................................................................................................


                กริ๊ง ........


                เสียงสวรรค์ของเหล่านักเรียนที่เมื่อได้ยินเสียงนี้  จากที่ง่วงเหงาหาวนอน  ก็ตาโตสว่างใสกันทันที  รวมถึงร่างบางที่รีบเก็บข้าวของออกจากห้องอย่างรวดเร็ว 


                สองขาเรียวที่ก้าวเรื่อย ๆ ไปตามทางไม่ได้เร่งรีบอะไร  รอยยิ้มหวานประดับอยู่บนใบหน้าหวานตลอดเวลา ท่าทางอารมณ์ดีที่ทำเอาหนุ่ม ๆ สองข้างทางได้แต่มองความน่ารักจนต้องเหลียวหลัง  


                “ อ้าว !   เดินมาถึงตึกพวกปี 3 แล้วเหรอเนี่ย”  ร่างบางที่พึ่งรู้สึกตัวว่าเดินมาถึงตึกที่ ชางมิน เรียนอยู่ได้แต่พึมพัมเสียงเบา  แต่สองขาเรียวกยังไม่หยุดก้าว  จะกะทั่งได้ยินเสียงที่คุ้นเคย


                “อ๊ะ !! ...พี่ชะ.......”


                “ ประธานเจ๋งมาก  !! .....ทำให้ ราชาสายเสมออย่าง คิม คิบอม  เลิกมาสายได้”  เสียงที่ดูตื่นเต้นของยุนโฮ  ที่กำลังยืนคุยอยู่กับคนเป็นประธานอย่าง ชางมิน  แต่เพราะชื่อบุคคลที่สามที่ออกมาจากปากหยักนั่น ทำให้ขาเรียวที่กำลังจะก้าวหยุดนิ่งทันที


                “หึ .. เสียชื่อประธานคุมกฎเพราะ นายนั่นมาเยอะแล้ว”  ชางมินยกยิ้มบาง ๆ  เพียงแค่คิดถึงคนที่ตัวเองต้องไปมอบจุมพิตให้ทุกเช้า ที่ช่วงหลัง ๆ นี่มักจะไม่ต้องใช้วิธีปลุกแบบนี้แล้ว


                “ขอโทษด้วยแล้วกันที่ยัดเยียดให้นายจัดการ”  เสียงหวานของแจจุง ก็เอ่ยขอโทษขอโพยที่ต้องยัดเยียดงานที่ดูเหมือนจะยากเอาการให้ ร่างสูง


                “อือ.... ช่างเถอะ ... ม้าพยศอย่างนั้นมีแต่ฉันที่จะปราบได้ใช่ไหมล่ะ?”  ชางมินส่ายหน้าน้อย ๆ เป็นการบอก แจจุงว่าไม่เป็นไร ก่อนเอ่ยคำที่ทำให้คนที่กำลังแอบฟังมือไม้อ่อน


                ตุบ


                เสียงดังของวัตถุอะไรบางอย่างที่ตกกระทบพื้น  เรียกสายตาคนทั้งสามที่กำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน  ยุนโฮกับแจจุงก้มมอง กระเป๋าเป้สีฟ้าสดที่กองอยู่บนพื้น  แต่อีกคนที่กำลังตาเบิกกว้าง  มองเจ้าของกระเป๋า  นัยน์ตาหวานเบิกกว้าง  น้ำใส ๆ คลออยู่รอบดวงตากลม  ริมฝีปากล่างถูกฟันคม ๆ กัดเม้นจนเป็นเส้นตรง  ท่าทีที่ทั้งอึ้ง ทั้งผิดหวัง ทำเอาชางมินใจกระตุก


                “ คิบอม !!” 


                “ อย่ามาจับนะ !!!”    ชางมินจับที่ข้อมือเล็กของคิบอมทันที เมือเห็นว่าร่างบางทำท่าจะวิ่งหนี  แต่ก็โดนคิบอมสะบัดมือทิ้งอย่างแรง  เสียงใสก็ตะโกนลั่นอย่างไม่คิดจะอายใคร


                เลวที่สุด ...ทุกคำพูดทุกการกระทำ  ทุกอย่างที่ทำก็เพื่อรักษาหน้าตัวเอง  รักษาหน้าตาของประธานคุมกฎ


                น้ำตาหยดใสไหลรินอาบแก้มขาว  ดวงตาแดงก่ำ  เพียงแค่หยดแรกที่หยดลงมาใจของร่างสูงก็แทบขาด  เค้าไม่เคยเห็นน้ำตาของร่างบางเลยซักครั้ง  ไม่ว่าเค้าจะแกล้ง จะแหย่งขนาดไหน


                “ ฉันเกลียดนาย   เกลียดนายที่สุด”  คิบอมตะโกนลั่น ทั้งน้ำตา  ทั้งที่กะจะมาบอกว่ารัก  แต่ก็ต้องผิดหวังตั้งแต่ยังไม่ทันได้เอ่ยปาก  ความเสียใจน้อยใจเข้ามาแทนทีความรู้สึกดี ๆ จนกลายมาเป็นคำพูดที่เสียดแทงทั้งคนฟังและคนพูด


                “เดี๋ยว !!”  ชางมินตะโกนห้ามเสียงดัง เมื่อเห็นร่างบางทำท่าเหมือนกำลังจะเดินหนีครั้ง  มือแกร่งคว้าที่ต้นแขนขาว  ออกแรงกระชากที่เดียวให้ร่างบางเข้ามาชิดอกแกร่ง  ยิ่งคิบอมดิ้นมากแค่ไหน  ชางมินก็ยิ่งกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นเท่านั้น    จนสุดท้ายคิบอมก็เลิกที่จะดิ้นรน  เพราะไม่ว่าจะทำยังไงก็คงออกจากวงแขนแกร่งนี่ไม่ได้


                “ได้โปรดนะ คิบอม  ฟังพี่ก่อน  .... ตอนนี้ใกล้ถึงช่วงเปลี่ยนตัวประธานแล้ว ...  พี่..พี่ไม่อยากปล่อยให้คนอื่นมายุ่งกับคิบอม  แค่คิดว่าจะมีใครมายุ่งวุ่นวายพี่ก็ทนไม่ไหวแล้ว  ถึงได้อยากแก้นิสัยชอบมาสายของเราให้ได้ก่อนที่พี่จะพ้นตำแหน่งประธาน”


                ชางมิน อธิบายถึงเหตุผลที่ต้องทำแบบนี้  ยิ่งเห็นว่าร่างบางที่อยู่ในอ้อมกอดยังนิ่งฟังในสิ่งที่เค้ากำลังพูด  ร่างสูงพูดในสิ่งที่อยากพูดมานาน  และนั่นก็ทำให้คนฟังหน้าร้อนฉ่าทันที


                “ และทั้งหมดที่พี่ทำไป  มันมีเหตุผลเดียว    พี่รักคิบอมนะ ..... ตัวพี่เองก็ยังสงสัยตัวเองว่าทำไมถึงได้มาชอบนายตัวป่วนอย่างเราได้  แต่ว่า ... ยิ่งคลุกคลีด้วย ยิ่งได้อยู่ใกล้ ก็ยิ่งรักมากชึ้น ..... ถึงแม้จะถูกเธอเกลียด .. ก็ยังอดรักคิบอมไม่ได้อยู่ดี”


                ประโยคบอกรักที่คนฟังหน้าแดงก่ำ  อ้อมกอดที่ยิ่งแน่นขึ้น ๆ ตามอารมณ์และคำพูดของร่างสูงที่พูดออกมาอย่างไม่มีปิด 


                “พี่ชอบผมจริง ๆเหรอ?”  ดวงหน้าหวานเงยขึ้นมาจากอกแกร่ง  นัยน์ตาหวานที่ฉ่ำไปด้วยน้ำก็สบเข้ากับนัยน์ตาคม  แก้มใสซับสีระเรื่อน่ามอง  ท่าทางน่ารัก ๆ ขอคนในอ้อมกอดทำเอา ชางมินใจกระตุก ยิ่งได้เห็นริมฝีปากบางสีสดที่บวมเจ่อน้อย ๆ จากการที่คิบอมกัดปากตัวเองยิ่งกระตุ้นให้คนที่ห่างหายจากรสหวานต้องข่มความต้องการไว้ ร่างสูงค่อย ๆ คลายอ้อมกอดออกช้า ๆ


                “ปวดใจที่ดันมาชอบ คนทีบอกว่าเกลียดตัวเอง”  ชางมินหันหน้าหนีไปอีกทาง จนไม่ได้เห็นรอยยิ้มหวานที่ปรากฏอยู่บนใจหน้าของคิบอม


                “ชอบนะ”


                “เอ๊ะ  !!?”  เสียงหวาน ๆ ที่แผ่วเบาแต่ก็ยังส่งถึงร่างสูงจน ชางมินต้องหันมามอง คิบอมอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน


                “ผมชอบพี่นะ  แล้วที่ผมมาหาพี่วันนี้ ก็เพราะจะบอกคำนี้กับพี่”  มือเรียวจับที่แก้มสากก่อนจะค่อยๆ ขยับดวงหน้าหวานเข้าไปใกล้ใบหน้าคม จนตอนนี้ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงแค่ปลายจมูก


                “ คิบอม ....” ร่างสูงเอ่ยเรียกเสียงพร่างราวกับคนเพ้อ ยิ่งได้ยินสิ่งที่ต้องการบวกกับ กลิ่นกายหอม ๆ เริ่มทำให้ชางมินเริ่มทนไม่ไหว ยิ่งได้เห็นใบหน้าหวานใกล้ ๆ ขนาดนี้ยิ่งทำให้อยากกดจูบที่ปากบางสีสดแรง ๆ ให้หายอยาก


                “ผมอยากให้พี่บอกว่ารักผมอีกครั้ง....ได้ไหมฮะ”  น้ำเสียงออดอ้อนที่ร่างสูงทำตามคำของอย่างไม่มีอิดออด


                “พี่รักคิบอม   ซิม ชางมิน รัก คิม คิบอม”


                จุ๊บ


                สิ้นเสียงบอกรัก  ปากบางก็ประทับลงที่ปากหยักอย่างแผ่วเบาทันที กดจูบเบา ๆ  ก่อนที่จะผละออกมาแต่มีหรือที่ชางมินจะปล่อยให้โอกาศหลุดลอยไป  มือแกร่งจับที่ต้นคอขาวรั้งไม่ให้ร่างบางผละออกไปได้  ริมฝีปากร้อนแตะชิมกลีบเนื้อนุ่มอย่างอ่อนหวาน 


“อื้อ..อื้อ..”เสียงหวานครางแผ่วในลำคอ สร้างโอกาศให้ ชางมิน ส่งลิ้นร้อนเข้าไปชิมความหวาน กวาดต้อนทั่วโพลงปากเล็ก ตวัดเกี่ยวกับลิ้นเล็กอย่างชำนาญ ดึงดันให้เข้าแลกความหวานกับเขา กดจูบร้อนที่เรียกเสียงเบาๆทุกครั้งที่เปลี่ยนองศาการจูบ


            “อื้อ ...อื้อ”  คิบอมทุบเบา ๆ ที่ไหล่แกร่งเพื่อบอกให้รู้ว่าตอนนี้อากาศกำลังจะหมด  ริมฝีปากหยักจึงยอมผละออกช้า ๆ อย่างเสียดาย ก่อนจะกดจูบเบา ๆ ลงไปอีกสองสามครั้ง  นัยน์ตาคมจ้องมองหน้าหวาน ๆ ที่แดงก่ำด้วยแรงอารมณ์มือแกร่งก็ลูบไล้อยู่บนแก้มนุ่มเพลินมือ


                “พี่รักคิบอมนะ”


                “ผมก็รักพี่ฮะ”


                คำบอกรักที่จะฝังลึกลงไปในใจคนสองคน   ตำนานความรักที่กำลังเริ่มขึ้นระหว่าง  เจ้าหญิงสายเสมอกับประธานคุมกฏ  


.........................................................................................................................................................................


อ๊ากกกก  สุดท้ายก็ดันมันออกมาได้อีกเรื่อง   

                

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น