วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

[SF Super Junior – ถามรักจากคุณหมาป่า]


Main :: Kyumin
Rate :: 18+
Write :: Tamamonomaai

…………………………………………………………………………………………………………….

 

 

            ถามรักจากคุณหมาป่า



พี่มิน ....... เสียงสะอื้นของเด็กชายตัวน้อย  ที่ร้องเรียกพี่ชายตัวโตที่กำลังง่วนอยู่ในครัว  น้ำตาใส ๆ ไหลอาบแก้มขาว ๆ  เนื้อตัวไหวตามแรงสะอื้น  เสียงเล็ก ๆ ที่เจ้าของชื่อหันมามอง ดวงตากลมเบิกกว้างเมื่อเห็นว่าใครที่เป็นเจ้าของเสียงเล็กนั่น

                เป็นอะไรไปคยู ? .......คุณน้าไม่อยู่บ้านอีกแล้วหรอ  ?  หิวข้าวไหม  กินกับพี่นะ  คำถามมากมายจากพี่ชาย  ที่เจ้าตัวน้อยได้แต่พยักหน้าตอบ  พร้อมเสียงสะอื้นที่ยังไม่จางไปมือเล็กโอบกอด ซองมิน จากทางด้านหลัง ใบหน้าเปื้อนน้ำตาซุกอยู่กลางหลัง ท่าทางออดอ้อนที่เป็นที่ประจำของ  เด็กน้อยข้างบ้านที่คนเป็นพี่ชายไม่เคยปฏิเสธได้เลยซักครั้ง 

                ลี ซองมิน  พี่ชายข้างบ้าน ที่แก่กว่า คยูฮยอน 2 ปี  แม้จะเป็นเพียงเด็กประถม แต่เรื่องงานบ้าน เค้าก็ทำเป็นแทบจะทุกอย่าง และที่ชอบที่สุดคงเป็น การทำอาหาร  ที่มีคนชิมเจ้าประจำคือ เด็กน้อยข้างบ้าน อย่าง คยูฮยอน

โจว  คยูฮยอน  เด็กน้อยข้างบ้าน ที่คุณแม่มักจะออกไปทำงานข้างนอกและปล่อยให้ลูกชายตัวน้อยคนนี้  ต้องมาอยู่บ้านข้าง ๆ  ในช่วงเวลาที่คุณแม่ไปทำงาน  ทำให้ติดพี่ชายข้างบ้านที่ชื่อ  ลี ซองมิน  มากดูเหมือนจะติดมากกว่าแม่แท้ ๆ ซะด้วย  และสิ่งที่ชอบทำกับพี่ชายข้างบ้านคนนี้ เป็นประจำคือการกอดคนเป็นพี่จากข้างหลัง

                มือเล็ก ๆ ลูบหัวน้อย ๆ ของคยูฮยอน เพื่อปลอบให้เสียงสะอื้นหายไป และเหมือนจะได้ผมเป็นอย่างดี  ดวงตาใส จ้องมองคนเป็นพี่อย่างไม่วางตา  แขนเล็ก ก็สอดเข้าสวมกอดเอวเล็กจากด้านหลัง  ท่าทางที่ทำเป็นประจำเวลาที่อยากอ้อนคนเป็นพี่

                ท่าทางอ้อน ๆ ที่ทำให้ ซองมิน รู้สึกว่าตัวเองเป็นแม่หมาที่มีลูกตัวน้อย ๆ มาออดอ้อน  แต่.......................รู้สึกว่าลูกหมาตัวนี้จะโตเร็ว เกินไปหน่อย

                                ....................................................................................................................

                เช้าอันแสนอบอุ่น แสงแดดอ่อน ๆ ของหน้าร้อนในยามเช้า  บรรยากาศแสนสบายที่คนส่วนใหญ่เริ่มออกจากบ้านเพื่อทำกิจกรรมต่าง ๆ ตามปกติ  รวมทั้ง ร่างบางที่กำลังง่วนอยู่ในครัวเล็ก ๆ ที่ดูน่ารักเหมาะกับคนที่กำลังอยู่ในครัวคนนี้เสียจริง ๆ

  พี่มิน...... เสียงทุ้มที่ดังมาจากด้านหลัง  พร้อมแขนแกร่งที่สวมกอดเอวเล็ก  ท่าทางที่คนโดนกอดรู้โดยทันที่ว่าเจ้าของอ้อมกอดนี้เป็นใคร

                พี่มิน  วันนี้มีข้าวกล่องส่วนของผมด้วยหรือเปล่า? ..”  ท่าทางออดอ้อนที่เป็นท่าประจำของ อดีตเด็กชายตัวเล็ก ๆ ข้างบ้านที่ปัจจุบันนี้ ไม่ใช่แล้ว 

เวลาเพียงแค่ 10 ปี  จากเด็กน้อยที่ตัวเล็กน่ารักในสายตา ซองมิน  ตอนนี้มันได้กลายเป็นชายหนุ่มร่างสูง ที่ส่วนสูงดูเหมือนจะเกินหน้าเกินตาคนเป็นพี่อย่างไม่น่าให้อภัย  ความสูงที่ต่างกัน 1 ช่วงหัว ทำให้ตอนนี้พี่ชายตัวโตกลายเป็นเพียงชายหนุ่มร่างบางที่สูงเพียงไหล่ คนเป็นน้องอย่าง คยูฮยอน เท่านั้น

อืม .. มี...  เสียงใส ๆ ตอบคำ ก่อนเอนหัวไปด้านหลัง เงยหน้าสบตาคนตัวโตที่โอบกอดอยู่ด้านหลัง  ดวงตากลมสวยจ้องนัยน์ตาคมที่ดูเจ้าเล่ห์อย่างบอกไม่ถูก ทั้งมือแกร่งก็ลูบวนอยู่ที่เอวเล็กอย่างเพลินมือ 

ปล่อยได้แล้ว ... อ่ะ  ถือซะเพราะมีส่วนของนายด้วย  มือเรียวยกกระเป๋าสีชมพู ส่งให้ คยูฮยอน  ร่างสูงมองของในมืออย่างหวาด ๆ  ไม่ได้กลัวหนัก หรือ ไม่ได้ไม่อย่างช่วยหรอกนะ แต่ว่า ...... ไอ้สีกระเป๋าเนี่ยมันชมพูสดแสบตาเลยนะนั่น   ไม่ค่อยเข้ากะเค้าเท่าไรมั้ง

คราบบบบบ ...  ไปเถอะเดี๋ยวสายนะพี่มิน  รับเจ้ากระเป๋าสีสด มาอย่างจำใจจะให้ขัดใจได้ไง  เล่นมองตาแป๋วขนาดนี้  ก่อนที่มืออีกข้างจะโอบเข้าที่เอวบาง  ออกแรงดันน้อย ๆ กระตุ้นให้ร่างบาง

เพราะด้วยโรงเรียนกับบ้านไม่ได้ห่างกันมากนัก  เดินประมาณ 15 นาที หรือบางครั้งที่สายเกิน ก็ให้ คยูฮยอน ปั่นจักรยานโดยมีร่างบางซ้อนท้าย    ตลอดเส้นทางมีสายตามากมายจ้องมายัง สองหนุ่มที่เดินเคียงข้างกัน  โดยมีร่างสูงที่คอยโอบเอวบางของร่างเล็กตลอดเวลา  อาการแสดงความเป็นเจ้าของที่คนโดนโอบ ไม่ได้รู้สึกตัวแม้แต่น้อย

โอ๊ะ.... ซอ.....ง.......  เสียงเรียกที่เบาลงทั้ง ๆ  ที่ยังไม่ทันได้เอ่ยจนจบ ของเพื่อนร่วมห้องของร่างบางที่ เห็น ซองมินเดินมาก็ทักทายตามปกติ  แต่ติดตรงที่ออร่าสีดำทะมึนที่อยู่ด้านหลัง พร้อมนัยน์ตาพิฆาตที่ ร่างสูงส่งออกมา ทำให้คำทักทายเป็นอันต้องถูกกลืนลงคอไป  พร้อมหันหลังเดินเข้าตึกเรียนไปอย่างรวดเร็ว

หืม .... อะไร?....  ร่างบางที่กำลังอยู่ในความคิดของตัวเองมาตลอดตั้งแต่ออกมาจากบ้าน  แต่รู้สึกเหมือนได้ยินใครเรียวแว่ว ๆ  ก็หันไปหาร่างสูงที่อยู่ด้านหลัง  เพราะคิดไปว่า คนข้างหลังอาจจะเรียก  แต่คำตอบที่ได้กลับเป็นการส่วยหน้าเล็ก ๆ กับรอยยิ้มอบอุ่นที่ส่งมาให้

..... เปล่านี่....... ไปล่ะนะพี่มิน .... พักเที่ยงเจอกัน”  เสียงทุ้มนุ่มที่ฟังดู เหงา ๆ  รอยยิ้มน้อย ๆ ที่ดูอบอุ่นถูกส่งให้ร่างบาง  ก่อนที่จะแยกออกไปยังตึกเรียน  ท่าทางเหงา ๆ ที่เกิดขึ้นทุกครั้งที่ต้องแยกกัน  ที่ทำให้ในสายตา ซองมิน  ร่างสูงคนนี้ดูยังไงก็ยังเป็นเด็กตัวน้อย ๆ ในสายตาเค้าอยู่ดี

..................................................................................................................................................

  คยูฮยอนนี่ยังกะหมาเฝ้ายามของ ซองมิน เลยนะ”  เสียงใส ๆ ของเพื่อนร่วมกลุ่มอย่าง ลี ฮยอกแจ พูดขึ้นมาเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อเช้าที่เค้าแอบเห็น  คยูฮยอน ส่งออร่าสีดำใส่ทุกคนที่คิดจะเดินมาทัก  ซองมิน ราวกับหมาเฝ้าบ้านที่หวงเจ้าของ 

หา !?  ประโยคที่ทำให้  ร่างบางตาโตอ้าปากค้างอย่างตกใจหันมามองคนพูดอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง  แต่ยังไม่ทันที่จะได้แก้ต่างอะไร ก็มีอีกเสียงแทรกมาก่อน

ใช่ ๆ  แล้วนายก็นะ ปล่อยให้คนแบบนั้นมาอยู่ข้าง ๆ ได้อย่างสบายใจเชิบเลยนะ  ทงเฮ พยักหน้าแรง ๆ เห็นด้วยกับ ฮยอกแจ ก่อนจะเอ่ยสมทบเข้าไปอีก  ใบหน้าหวานแสดงออกจัดแจนว่ากลัวร่างสูงขนาดไหน

ฮ่า ฮ่า ฮ่า .....หมาเฝ้ายามเลยหรอ   ก็จริงอยู่ที่ คยูโตขึ้นมาตัวเบ้อเร่อขนาดนั้น ....แต่หมอนั่นนะเห็นตัวโต ๆ อย่างนั้นก็ยังขี้อ้อนจะตายไป  เสียงหัวเราะใส ๆ  พร้อมรอยยิ้มหวาน ๆ ที่ทำให้คนรอบเคลิ้มได้โดยง่าย  ท่าทางน่ารัก ๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อคิดถึงคนตัวโต ที่ชอบอ้อน ๆ แบบเด็ก ๆ  แต่ประโยคสุดท้ายที่ออกมาทำเอา เพื่อนซี้สองคนมองหน้ากันเอง

ขี้อ้อน  ?  คำถามที่ทั้ง ทงเฮ  และ ฮยอกแจ เอ่ยถามพร้อมกัน

ใช่ ...  ก็คยูยังชอบกอดฉันจากด้านหลังแล้วก็ ชอบลูบ ๆ คลำ ๆไปทั่วเวลากอด อยู่เลย  เสียงกลั้วหัวเราะ ที่เพียงแค่นึกถึง ภาพของเด็กผู้ชายตัวเล็ก ๆ ที่ชอบมากอดจากด้านหลังก็ผุดขึ้นมาทันที  โดนที่ซองมินอาจจะลืมไปแล้วว่าเด็กชายคนนั้นตอนนี้สูงเลยหัวเค้าไปเยอะแล้ว

คำตอบที่ได้รับมา ทำให้ ทงเฮ  และ ฮยอกแจ มองหน้าความเข้าใจอะไรบางอย่างกระจ่างแจ้ง ก่อนที่จะเป็น ทงเฮ ที่เอ่ยขึ้นมา

อืม ๆ... งั้นเหรอ ....  หมอนั่นไม่ใช่หมาเฝ้ายามแต่ ....  เป็นหมาป่าหรือเนี่ย

…………………………………………………………………………………………………


อืม ๆ... งั้นเหรอ ....  หมอนั่นไม่ใช่หมาเฝ้ายามแต่ ....  เป็นหมาป่าหรือเนี่ย

ทงเฮ เค้าว่ามาอย่างนั้นแน่ะ .... ว่านายเป็นหมาป่า  เสียงใส ๆ เล่าเรื่องราวการพูดคุยกับเพื่อนให้ร่างสูง ที่กำลังนั่งกินข้างกล่องอยู่ข้าง ๆ

ตอนนี้ ซองมิน และ คยูฮยอน กำลังอยู่บนดาดฟ้าของตึกที่เรียน เพราะด้วยตอนกลางวันโรงอาหารมักมีสงครามย่อย ๆ ในการแย่งซื้อข้าวกลางวัน ที่เกิดขึ้นเป็นประจำ  และสถานที่กินข้างอื่น ๆ ภายในโรงเรียนก็มันมีคนจับจองเอาไว้แล้ว  นั่นเป็นเพียงอีกหนึ่งเหตุผลที่ใช้ในการตัดสินใจ  แต่เหตุผลสำคัญจริง ๆ สำหรับ คยูฮยอน คือ  อยากกินข้าวกับ ซองมิน แค่สองคน 

  ............ 

โกรธเหรอ  ? ....  แต่ฉันไม่ได้ไม่ชอบที่นายตัวโตขึ้นหรอกนะ  เมื่อเห็นว่าร่างสูง นิ่งเงียบ  อาการใจเสียกลัวว่า คยูฮยอน จะโกรธก็แล่นเข้ามาทันที่  เสียงใส ๆ เอ่ยถามอย่างหวาด ๆ  ก่อนจะรีบบอกอธิบายหวังให้คนตัวโตไม่เสียความรู้สึกมาก

...... เปล่าหรอก.....”  คยูฮยอนตอบเสียงเบา  คิ้วเข้มหมวดเป็นปม  ท่าทางที่เหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง ทำให้ ซองมิน ได้แต่เอียงคอมองอย่างน่ารัก  แต่ประโยคต่อมา ก็ยิ่งทำให้ คนฟังงง เข้าไปอีก

  แต่ที่พี่ทงเฮบอก ...... เป็นหมาป่าก็ถูกแล้วล่ะ ...

“  ”    ดวงตากลม กระพริบปริบ ๆ  ไม่เข้าใจในความหมายของ คยูฮยอน  ทำไมถึงไม่โกรธ ที่โดนว่า ว่าเป็นหมาป่า  แถมยังบอกอีกว่า ทงเฮ พูดถูกแล้วอีก ยิ่งมองนัยน์ตาคม ที่ส่องแววเจ้าเล่ห์อย่างบอกไม่ถูกด้วยแล้ว ยิ่งสงสัยเข้าไปอีก

ไหน ๆ แล้ว ก็ขอบอกเลยแล้วกัน  .......  ว่าตอนนี้ หมาป่าตัวนี้ กำลังอยู่ใน ฤดูผสมพันธุ์ ... นะครับ  ใบหน้าคมค่อย ๆ เลื่อนเข้าไปใกล้ ๆ ริมฝีปากหยักประกบทับปากบาง อย่างรวดเร็วจนผู้ถูกกระทำยังไม่ทันจะได้คิดอะไร  มือหนาเลื่อนขึ้นมาที่ต้นคอขาว ไม่ให้ร่างบางขยับหนี

อือ ...  ซองมินร้องอย่างตกใจเมื่อลิ้นร้อนรุกล้ำเข้ามา หลังจากมือแกร่งข้างที่ว่างบีบคางมนเบา ๆ เพื่อให้ร่างบางเปิดปาก   ลิ้นร้อนสำรวจไปทั่วโพลงปากที่ให้ความหวานล้ำ และเล็มเกาะเกี่ยวลิ้นเล็กที่ตอนแรกถอยหนี้อย่างกลัว ๆ  ท่าทางไร้เดียงสาที่กระตุ้น คยูฮยอน ให้กดจูบร้อนแรงขึ้นเรื่อย ๆ

อือ ... อื้อ......อืม  เสียงหวานครางในคออย่างไม่รู้ตัว ลิ้นร้อยยังคงไล้ต้อนลิ้นเล็ก  มือบางทุบไปที่ไหล่หนาแรง ๆ เพื่อจะบอกว่าตนเองนั้นไม่ไหวแล้ว  ท่าทางที่ทำให้ คยูฮยอนค่อย ๆ ถอนริมฝีปากออกมาอย่างเสียดาย  นัยน์ตาคมจ้องมองใบหน้าหวานที่แดงก่ำ  ริมฝีปากบวมแดงเพราะฤทธิ์จูบ นัยน์ตากลมสวยเยิ่มหวาน

เพี้ย !! ..... เพล้ง ”  ทันทีที่สติที่กระเจิงไปเพราะจูบเร่าร้อนกลับมา  มือเรียวสวยก็ฟาดลงบนแก้มสากของร่างสูงอย่างแรง  พร้อมด้วยเสียงแว่นตาที่ถูกแรงตบกระแทกจนตกแตก

นะ ....นาย......อย่ามาล้อเล่น .... แบบนี้นะ  ใบหน้าหวานแดงก่ำ  ทั้งอาย  ทั้งโกรธ  ทั้งตกใจ  อารมณ์ต่าง ๆ ที่ประดังเข้ามาอย่างที่ ร่างบางเองก็ไม่สามารถปรับตัวปรับอารณ์ได้ทัน

ผม ... ไม่ได้ล้อเล่นซักหน่อย .......... ผมรักพี่ .... ผมรักพี่ พี่ซองมิน”  แก้มด้านซ้ายที่แดงเป็นทางยาว จากฝ่ามือบาง ดวงหน้าคมฉายแววจริงจัง นัยน์ตาสีดำจ้องมองอย่างแน่วแน่ ยืนยันทุกคำ ทุกประโยคที่เอ่ยบอก  ส่งคำว่า รัก ให้มันประทับอยู่ในจิตใจของร่างบาง  ก่อนที่จะค่อย ๆ ลุกขึ้นและหันเดินกลับไปยังห้องเรียน  โดยทิ้งให้ร่างบางยังคงนิ่งค้างกับคำ สารภพรักเมื่อครู่

ตลอดช่วงบ่าย  ซองมิน ได้แต่นั่งเหม่อมือเรียวกำแว่นตาที่มีรอยร้าวไว้แน่น  ใบหน้าที่เคยสดใสน่ารัก กลับหม่นหมอง เสียงถอนหายใจที่ดังเป็นระยะ  ๆ  อาการที่ทำเอาเพื่อนซี้อย่าง ทงเฮ และ ฮยอกแจ อดเป็นห่วงไม่ได้ แต่ไม่ว่าจะถามอะไร คำตอบที่ได้รับกลับเป็นเพียงรอยยิ้มฝืน ๆ กลับใบหน้าหวานส่ายน้อย ๆ เท่านั้น จนทำให้ทั้งคู่อ่อนใจไม่เอ่ยถามอะไรอีก

จนกระทั่งเลิกเรียน  ที่วันนี้มีอะไรแปลกไปจากปกติ จน คู่หู ปลาไก่อดที่จะถามไม่ได้

เอ๋  เย็นป่านนี้แล้วทำไมไม่ยักเห็นเจ้าหมาเฝ้ายามมารับนายล่ะ ซองมิน  คำถามที่ร่างบางสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองหน้าเพื่อนที่ฉายแววเป็นห่วงชัด  ใบหน้าสวยหมองลงเมื่อคิดถึงใครที่ต้องมารับเค้าประจำหลังเลิกเรียน 

  ฉันกลับก่อนนะ ทงเฮ  ฮยอกแจ  มือเรียวเก็บข้าวของลงกระเป๋าอย่างเร็ว  ก่อนจะหันมาลาเพื่อน  เดินออกจากห้องไปอย่างเร็ว โดยไม่สนว่า เพื่อนจะตะโกนเรียกอย่างไร 

อะไรกันเนี่ย !!! ...  เสียงโวยวายลั่นห้องนอน  ซองมินที่กลับมาถึงบ้านก็จัดแจงอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า หวังให้อารมณ์ของตัวเองนั้นเข้าที่เข้าทาง  เพราะตลอดทางที่เดินกลับบ้านมาคนเดียว  ความคิดต่าง ๆ ก็วิ่งวุ่นอยู่ภายในหัว  ทั้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อกลางวัน  ทั้งคำที่ ร่างสูงพูด  และทั้งความรู้สึกของตัวเองที่ตอนนี้ ร่างบางเองก็ยังไม่เข้าใจ

ทั้งที่รู้สึกเหมือนเป็นพ่อแม่ของคยูฮยอนมาตลอด  ตั้งแต่เด็ก ๆ  แต่ทำไม ........  ทำไมแค่คิดถึงเรื่องเมื่อกลางวันหน้าก็แดงใจเต้นระรั่วขนาดนี้  ยิ่งประโยคที่ว่า   อยู่ในฤดูผสมพันธุ์  นั่นมันสื่อความหมายชัดเจนซะจน ......... อดเขินไม่ได้

ความรู้สึกนี้มันอะไรกันเนี่ย ....  แขนเล็กกอดขาที่ตั้งชันขึ้นแน่น ใบหน้าหวานซุกลงตรงเข่า  ซ่อนใบหน้าแดงก่ำ  แต่ดวงตากลมก็เหลือบไปเห็นอะไรบางอย่าง ที่เค้าพึ่งจะได้รู้ว่า มันมีอยู่

หมอนั่น ... ใส่แว่นตั้งแต่เมื่อไรนะ ... ไม่เคยสังเกตุเลย  มือเรียวหยิบแว่นตาที่เลนส์มีรอยแตกร้าวจากการตกกระแทกพื้นขึ้นมามองอย่างสงสัย  เค้าไม่ได้รู้ตัวเลยว่า  คยูฮยอนใส่แว่นตั้งแต่เมื่อไร  ทั้ง ๆ  ที่น่าจะเห็นตั้งนานแล้วแต่ทำไมเค้ากลับไม่สังเกตุเห็นมันเลย

นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้เห็นใบหน้านั้นใกล้ ๆ อย่างนี้  ดวงตากลมหม่นหมองลง น้ำใส ๆ เอ่อล้นจนเกือบจะไหลรินออกมาจากดวงตาคู่สวย  แต่เจ้าของดวงตานั้นกลับพยามกลั้นมันไว้  ความเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ น้อย ๆที่เกิดขึ้นของร่างสูง    ที่ดูเหมือน ร่างบางจะไม่เคยสังเกตุเห็นมันเลย ทำให้ความรู้สึกผิดวิ่งเข้ามาในจิตใจ 

และเมื่อรู้ตัวอีกที  ซองมิน ก็มายืนอยู่ที่หน้าบ้านของ คยูฮยอน เสียแล้วมือเรียวสวยยังคงกำแว่นตาไว้แน่น  ก่อนที่จะตัดสินใจเอา แว่นตาใส่ในกล่องรับจดหมาย เพราะตอนนี้ ร่างบาง คิดว่าคงไม่สามารถสู้หน้า คยูฮยอนได้

อ้าว หนูซองมิน  เสียงหวาน ๆ ที่ดังมาจากหน้าประตูบ้านของ คยูฮยอน ทำเอาร่างบางสะดุ้งสุดตัว ก่อนใบหน้าหวานจะหันไปมองต้นเสียง  ซึ่งก็ไม่ใช่ใครอื่นไกล  คุณนาย โจว  แม่ของคยูนั่นเอง

มีธุระอะไรกับ คยู หรือเปล่าจ๊ะ ... คยู อาบน้ำอยู่แน่ะ ....  คุณนายโจวที่เห็นซองมินยืนอยู่หน้าบ้าน  ก็บอกที่อยู่ของลูกชายทันที 

เอ่อ .... คุณน้าจะไปทำงานหรือครับ   ซองมินที่เห็นว่าแม่ของคยู  แต่งตัวสวยพร้อมด้วยกระเป๋าใบเล็ก  ก็เอ่ยถามทันที  เพราะงานของแม่คยูเป็นงานที่ต้องทำช่วงเย็น จนถึงเกือบเที่ยงคืน  และนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมตั้งแต่เด็ก ๆ คยูฮยอน ถึงติดพี่ชายข้างบ้าน และทำไม ซองมิน ถึงได้คิดว่าตัวเองเป็นเหมือน พ่อแม่ ของคยูฮยอน

จ๊ะ  ..... อ๊ะตายแล้ว ๆ สายแล้ว ๆ..... งั้นน้าฝากที่เหลือด้วยนะจ๊ะ  คุณนายโจวยิ้มหวานตอบคนน่ารัก ก่อนจะหันมามองเวลาบนนาฬิกาเรือนสวยที่อยู่บนข้อมือเล็ก ๆ   ดวงตาสวยเบิกกว้างทันทีที่เห็นว่าตอนนี้ใกล้จะได้เวลาทำงานแล้ว  มือเรียวคว้ามือขาวของ ซองมิน พร้อมกับส่งอะไรบางอย่างให้ร่างบางก่อนจะเริ่มเดินออกไป

อ๊ะ  !! .....เดี๋ยวฮะคุณน้า....  ทันทีที่เห็นว่าแม่ของคยูส่งอะไรมาให้  ซองมินก็ร้องเรียกทันทีแต่ก็ดูเหมือนจะไม่เป็นผล เพราะตอนนี้ แม่ของคยูฮยอนขึ้นรถแท็กซี่ไปเสียแล้ว

ซองมินยืนมอง กุญแจบ้านที่ถูก แม่ของคยูยัดเยียดให้อย่างหนักใจ  กะจะแค่เอาแว่นมาคืน  แต่สุดท้ายก็ต้องเข้าบ้านของ คยูฮยอน จนได้  ขาเรียวค่อย ๆ เดินเข้าไปภายในบ้าน  เดินตรงไปยังห้องน้ำ ที่ได้รู้มาแล้วว่า  ลูกชายเจ้าของบ้านนี้กำลังอาบน้ำอยู่

“  คยูฮยอน ..... คยู  ร่างบางร้องเรียกเจ้าของบ้านเพราะเพื่อว่า  เจ้าของชื่อจะอาบน้ำเสร็จแล้ว  แต่เมื่อเปิดประตูห้องแต่งตัวก็พบเพียงเสื้อผ้าของร่างสูงที่อยู่ในตะกร้าผ้าเท่านั้น  แต่เพียงแค่ได้เห็นว่าเป็นเสื้อของใคร  ใจก็เต้นแรงแก้มขาวก็ขึ้นสีอ่อน ๆ อย่างห้ามไม่ได้

พี่มิน ?”  คยูฮยอน ที่กำลังอาบน้ำอยู่ ก็รู้สึกเหมือนได้ยินเสียงที่คุ้นเคย  เสียงที่จดจำไว้ด้วยหัวใจ และไวกว่าความคิด มือแกร่งก็เปิดประตูห้องน้ำออกมาโดยทันที

ขะ ..... ขอโทษ !!”  เมื่อได้ยินเสียงทุ้มเรียกชื่อตนเอง  ร่างบางก็หันไปทันที่และภาพที่เห็นก็ทำเอา ซองมิน แทบจะระเบิดตัวเอง   ร่างสูงที่เปียกปอดไปด้วยน้ำเส้นผมดำสนิทลู่ไปกับใบหน้าคม  และที่ทำให้เลือดภายในกายของ ซองมิน วิ่งไปรวมตัวกันอยู่ที่แก้มขาว ๆ จนแดงก่ำเป็นมะเขือเทศสุก ก็คงเป็นเพราะ คยูฮยอน ในตอนนี้ไม่มีสิ่งใดปกปิดร่างกายแม้แต่ชินเดียว

ฉัน .....  เอ่อ ........  มะ ......เมื่อกลางวัน ..... ขะ ......ขอโทษ  เสียงอู้อี้ ตะกุกตะกักที่รอดออกมาจากมือเรียวที่ยกขึ้นมาปิดหน้า  ดวงตากลมปิดสนิทเพื่อไม่ให้เห็นอะไรที่ทำให้ใจเต้นแรง  ปากสวยสีสดก็พร่ามบอกสิ่งที่คิดมาตลอดทางที่เดินเข้าบ้านมา

เรื่องจูบ  ?  คยูฮยอนเอ่ยถามเรียบ ๆ  ก่อนจะเดินไปหยิบกางเกงที่อยู่ในตะกร้าขึ้นมาใส่อย่างไม่รีบร้อน  ท่าทางสบาย ๆ ผิดกับร่างบางที่ตอนนี้ ทั้งหน้าทั้งหูแดงก่ำลามไปยันคอขาว ๆ  ท่าทางเขินอายที่เรียกร้อยยิ้มเอ็ดดูจากร่างสูงได้เป็นอย่างดี  ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้ากลับมาเรียบเฉยอีกครั้งเมื่อ ร่างบางเงยหน้ามา

มะ ... ไม่ใช่ !!  เรื่องแว่น .... เอ่อ ... เอาแว่นตาที่ทำตกเมื่อกลางวันมาให้สิ้นเสียงร่างสูง ใบหน้าหวานเงยขึ้น นัยน์ตาสวยสบเข้ากับนัยน์ตาคม  ก่อนจะพูดแก้ในสิ่งที่ ร่างสูงกำลังเข้าใจผิดอย่างเร็ว  มือเรียวก็ยื่นสิ่งที่อยู่ในมือส่งให้ร่างสูง

หืม ? .... ขอบคุณฮะ  นัยน์ตาคมหันมามองสิ่งที่อยู่ในมือเล็ก ๆ  ก่อนจะขยับไปใกล้ ๆ เพื่อรับเอาสิ่งที่ ร่างบางส่งให้  แต่ทันทีที่ คยูฮยอนเดินเข้ามา  ใบหน้าหวานก็ก้มลงทันที  แก้มใส ๆ แดงขึ้นอีกจน คยูฮยอน อดจะกลัวไม่ได้ว่ามันจะระเบิดออกมา

นะ ..... นี่ ..... คยู  ... นายใส่แว่นตั้งแต่เมื่อไรเหรอ ?  คำถามที่ค้างคาอยู่ภายในใจ  เอ่ยถามออกมาอย่างตะกุกตะกัก  ใบหน้าหวานยังคงก้มมองพื้นตลอดโดยไม่มองคนที่ถูกถามแม้แต่น้อย

อืม .... ประมาณ ป.6 ล่ะมั้ง ... เพราะเห็นหน้าพี่ซองมินไม่ชัดเลยคิดว่าไม่ได้การแล้ว...  มือแกร่งลูบคางอย่างคนกำลังใช้ความคิดก่อนจะตอบออกมา พร้อมเหตุผลที่ทำให้ ซองมิน ต้องเงยหน้าขึ้นมามองอย่างไม่เชื่อหู   ก็ไอ้เหตุผลที่ว่าเห็นหน้าเค้าไม่ชัดเนี่ย  .....  มันออกจะไร้สาระไปไหม

ฮึ่ม .... พูดอะไรของนาย  ค้อนวงโตจาก ซองมิน ถูกส่งให้ร่างสูง  ท่าทางงอน ๆ หันหน้าไปทางอื่นทั้ง ๆ ที่ดวงหน้าสวยแดงก่ำ ยิ่งทำให้ คยูฮยอนยิ่งพูดในสิ่งที่เค้าคิด..... พี่กำลังเริ่มสนใจตัวผมใช่ไหม

ตัว .. เริ่มสูงกว่าพี่มิน ... ตอนปลายม.2  ล่ะมั้ง” 

งั้น .....เหรอ  ประโยคลอย ๆ ของ คยูฮยอน  ยิ่งทำให้ ซองมิน รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้ใสใจอะไรกับคนร่างสูง  คยูฮยอนเริ่มใส่แว่นตอนประมาณ ป.6 ตอนนี้ร่างสูงอยู่ ม.ปลายปี 1 แล้ว  เกือบ 4 ปี ที่เค้าไม่รู้ตัวเลยว่าคนตรงหน้าเปลี่ยนไปมากมายแค่ไหน  ดวงหน้าหวานสลดลง  ริมฝีปากเม้มเป็นเส้นตรง .....  เปลี่ยนไปแล้ว  เด็กชายตัวเล็ก ๆ ที่เคยตัวเล็กกว่าเค้าตอนนี้ เปลี่ยนไปแล้ว  

ไม่ไหวเลยน้า .. พี่ซองมินเนี่ย”  คยูฮยอนส่ายหัวน้อย ๆ เค้ามั่นใจแล้วว่าตอนนี้ ซองมิน กำลังสนใจเค้า สนใจในความเปลี่ยนแปลงไปจากเด็กชายตัวเล็ก ๆ ในความทรงจำ  เค้ามั่นใจแล้วว่าตอนนี้ ซองมิน กำลังจดจำตัวตนของเค้าใหม่  ตัวตนที่เป็นชายหนุ่ม แทนที่จะเป็นเพียงเด็กชายตัวเล็ก ๆ ที่อยู่ข้างบ้าน

ทุกครั้งที่กอดจากข้างหลัง ...  แล้วเริ่มรู้สึกว่าพี่ซองมิน น่ารักจนสุดทน .....ก็ประมาณช่วงเดียวกันนั้น... ยิ่งคยูฮยอนพูดออกมามากเท่าไร  น้ำใส ๆ ก็ก่อตัวกันมากขึ้นที่หางตาของร่างบาง  แก้มขาวก็ยิ่งเริ่มแดงขึ้นเรื่อย ๆ

ตั้งแต่ ม.3   ได้มั้ง ........ 

อะ.....อะไร  เสียงแผ่วเบาที่รอดออกมาจากริมฝีปากสีสด  เมื่อร่างสูงเอ่ยไม่จบประโยค จนออดไม่ได้ที่ต้องเอ่ยถาม  ยิ่งได้เห็นใบหน้าคมที่จริงจังนั่น  ยิ่งอยากรู้  แต่คำตอบที่ได้รับกลับทำให้ ซองมินถึงกับยืนไม่อยู่ แข้งขาอ่อนแรงเสียดื้อ ๆ 

ตั้งแต่ ม.3  .....  ที่ช่วยตัวเองโดยคิดถึง พี่ซองมิน  สิ้นเสียงทุ้ม  ร่างบางก็ลงไปกองอยู่กับพื้นห้องแต่งตัวทันที  หัวใจเต้นแรงรวมกับมันจะกระเด็นกระดอนออกมาในได้  แก้มขาวร้อนผ่าวแดงก่ำ จนรู้สึกได้  ดวงตาสวยเบิกกว้าง 

พี่ซองมิน  ... นั่งที่อย่างนั้นเดี๋ยวก็เปียกหมดหรอก ...  คยูฮยอนคุกเข่าลงตรงหน้าร่างบาง  แขนแกร่งจับที่ต้นแขนขาวเพื่อจะพยุงให้ ซองมิน ลุกขึ้นถึงแม้ตรงนี้จะเป็นพื้นที่ของห้องแต่งตัวแต่เมื่อกี้ที่ ร่างสูงออกมาจากห้องน้ำที่อยู่ติดกันนั้น ก็ทำให้พื้นตรงนี้ เปียกไปด้วยตามที่เคยเกาะอยู่ตามตัวร่างสูง  แต่ดูเหมือนประโยคเหล่านั้นจังไม่ได้เข้าหู ซองมินเลยแม้แต่น้อย

                ....ช่วยตัวเองโดยคิดถึง พี่ซองมิน..... ประโยคที่ยังคงก้องอยู่ในหัวร่างบาง  ไม่ใช่ไม่อยากลุกแต่ตอนนี้ เพราะทำพูดนั้นมันทำให้   หัวใจเต้นแรงจนไม่มีแรงขยับ  ท่าทางเบลอ ๆ ของ ซองมิน ยิ่งทำให้ คยูฮยอนค่อย ๆ โน้มตัวไปใกล้ ๆ

                ..... แล้วอีกอย่าง ...... อยู่ในที่แบบนี้มันอันตรายนะครับ ....... เพราะ .... ผมเป็นหมาป่า......สิ้นเสียงร่างสูง ริมฝีปากหยักก็ประกบทับปากบางทันที  ริมฝีปากอุ่นร้อนบดเบียดแตะชิมกลีบเนื้อนุ่มอย่างอ่อนหวาน 

                อือ...จากที่อ่อนโยน กลับร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ ประกบปากให้แน่นกว่าเดิม เลียลิ้นรอบๆปากบาง พอริมฝีของ ซองมิน เผยออก ก็รีบสอดลิ้มร้อนเข้าไปหาความหวานจากปากนั้นทันที ไล้ไปตามฟันซี่เล็กๆ  จูบร้อนที่เนินนาน และร้อนแรง  ทำให้ตอนนี้ในหัว ซองมิน ขาวโพลน  แต่ก่อนสติจะหลุดลอยไปมากกว่านี้ มือเรียวก็ทุบที่ไหล่แกร่งเบา ๆ บอกให้รู้ว่าตอนนี้อากาศเริ่มจะหมดแล้ว

                  ทำไม ..... ถึงไม่ขัดขืนล่ะ ?ทันทีที่ริมฝีปากหยักผละออกมาจากเรียวปากสวยอย่างเสียดาย   ก็เอ่ยถามทั้งที่ยังไม่ได้ละห่างจากริมฝีปากสีแดงสดที่บวมเจ่อเพราะจูบร้อนแรงเมื่อครู่ 

                คำถามที่ร่างสูงถาม  เป็นคำถามเดียวกับภายในใจของ ซองมิน   .....  ทำไมถึงขัดขืนไม่ได้ ....... ท่าทางที่ไม่มีการขัดขืน  ไม่มีทั้งการถอยหนี  ยิ่งทำให้ คยูฮยอนได้ใจ

                ผมรักมินมินนะ ร่างสูงพูดเพียงเท่านี้แล้วก้มลงไปจูบปากเล็กนั้นอีกครั้ง แต่คราวนี้รุนแรงกว่าครั้งแรก ทั้งอ่อนหวานและร้อนแรง คยูฮยอน ดุ้นลิ้นเข้าไปในโพรงปากทันที ตวัดเล่นกับลิ้นเล็กอย่างเมามันส์ ซองมิน จับต้นแขนแกร่งแน่น เพราะความรู้สึกที่ไม่เคยพบมาก่อน ทำให้ร่างเล็กเคลิ้มอย่างง่ายดาย

อะ....อือ....คะ ...คยู ......คยูฮยอน....อื้อ เสียงครางหวานที่ทำให้รสจูบที่นุ่มนวลทวีความร้อนแรงมากขึ้นจนร่างเล็กหลงลืมว่าตัวเองอยู่ที่ไหน มีเพียงใจดวงน้อยที่เต้นกระหน่ำรัว มือหนาประคองแผ่นหลังเล็กยกลอยปรับระดับองศาจูบให้ยิ่งแนบแน่นขึ้น

จูบร้อนไล่ลงมาตามลำคอระหงขบเม้มเบาๆที่ใบหูเล็กจนร่างบางขนลุกซู่ มือหนาอีกข้างก็ค่อยๆดึงรั้งเสื้อยืดสีหวานขึ้นจนเผยให้เห็นผิวขาวราวน้ำนมสด ริมฝีปากหนากดจูบหนักลงบนแผ่นอกบางพลางปลดมือแกร่งก็ค่อย ๆ ดันเสื้อให้ออกไปพลาง

อ่ะ ...อึ๊ก...คยูฮยอน เสียงหวานครางเบา บิดกายด้วยความเสียวซ่าน ร่างบางรู้สึกแปลกๆเหลือเกิน เพราะว่าไม่เคยทำอะไรอย่างนี้มาก่อน ไม่รู้จะต้องทำตัวยังไง จะร้องออกไปก็อายเต็มทน

“อื้ม...อ๊ะ .... อย่า ” ชายหนุ่มค่อยๆลากไล้ใบหน้าหล่อเหลาลงไปตามหน้าท้องแบนราบ มือหนาค่อยๆแกะกระดุมกางเกงของร่างบาง  นิ้วเรียวค่อยๆเกี่ยวกางเกงของร่างบางลง มือบางตะปบมือหนาทันทีด้วยความเขินอาย ชายหนุ่มเงยหน้ามองร่างบางด้วยสายตาสงสัย ร่างบางรู้สึกอายเกินทน เลยรีบคว้ากางเกงตนเองเอาไว้ ก่อนที่มันจะหลุดออกจากร่างกายตนเอง แต่ด้วยขนาดร่างกายและความต่างของเรี่ยวแรง จึงไม่เป็นผลแต่อย่างใด

ขอโทษนะ มินมิน   คยูฮยอน กระซิบเบา ๆที่ข้างหูของซองมินแต่แววตาไม่ได้แสดงว่ารู้สึกผิดซักนิดกลับฉายแววเจ้าเล่ห์เสียมากกว่า

  จบที่การขอโทษได้เหรอ ... เรื่องแบบนี้เนี่ย  ซองมินได้แต่ตะโกนเถียงอยู่ภายในหัวเมื่อได้ยินคำขอโทษคยูฮยอน  แต่มือกลับไม่หยุดการกระทำเลยแม้แต่น้อย  แต่จะโทษ คยูฮยอน ก็ไม่ได้เพราะตัวเค้าเองที่ไม่ขัดขืนแถม ....... กลับคล้อยตามเสียด้วย

มือหนาเกี่ยวกางเกงและชั้นในของร่างบางลงไปกองที่พื้นเผยให้เห็นร่างบางเปลือยเปล่า  นัยน์ตาคมจ้องเรือนร่างขาวไม่วางตา แก่นกายเล็กๆที่ไม่เคยให้ใครเห็นมาก่อน ปรากฏสู่สายตาของร่างสูง ทำเอาซองมินเริ่มไปไม่เป็น เพราะสายตาของชายหนุ่มมันสะกดตนเองเอาไว้นิ่ง

“คยู....มองอย่างนี้นะ” ร่างบางหลบสายตาของชายหนุ่ม คยูฮยอนยิ้มน้อยๆ แล้วค่อยๆแยกขาเรียวออกจากกันเล็กน้อย มือแกร่งค่อย ๆ เลื่อนลงไปสร้างความรู้สึกแปลกใหม่ให้ร่างบาง ทันทีที่ถูกสัมผัสจุดที่ไม่เคยมีใครได้สัมผัส ร่างบางก็ร้อนวูบวาบไปทั้งร่างทันที ชายหนุ่มสร้างความสุขและความทรมานให้กับร่างบางในเวลาเดียวกัน


ริมฝีปากหนาซุกไซ้ที่ซอกคอของร่างเล็ก ขบเม้นจนเกิดรอยแดง แสดงความเป็นเจ้าของ ไล่ลงมาเรื่อยๆจนถึงหน้าอกบาง   มือแกร่งลูบเบาๆที่แก่นกายเล็ก ก่อนจะกำทั้งมือ แล้วเริ่มขยับ จากตอนแรกช้าๆ กลายเป็นเร็วและรุนแรงอย่างฉุดไม่อยู่

“คยู...อ๊า....อื้ม” มือบางจิกไปที่ไหล่หนาแน่น ใบหน้าหวานเบ้น้อยๆ ซองมินกัดปากข่มอารมณ์เต็มที่ ร่างบางบิดตัวไปมา เมื่อคยูฮยอนเริ่มเร่งจังหวะอย่างหนักหน่วง มือหนาที่สัมผัสตนเอง ริมฝีปากหนาที่กดจูบไปทั่ว ทำเอาร่างบางแทบคลั่ง


“อ๊า...คยูฮยอน” ร่างบางสะดุ้งอีกครั้ง เมื่อลิ้นร้อนๆของ คยูฮยอน โลมเลียแกนกายเล็กไปมาแผ่วเบา แล้วครอบครองเข้าไปเต็มรัก ขยับมันขึ้นลงเบาๆ ร่างบางแอ่นสะโพกขึ้นรับอย่างสอดคล้อง มือบางจิกพื้นเอาไว้แน่น อารมณ์ของตนเองตอนนี้มันปั่นป่วนเป็นที่สุด เหมือนว่ามันจะระเบิดออกมาแล้วจริงๆ


“อ๊ะ...อ๊า” ยิ่งร่างสูงขยับจังหวะเร็วมากเท่าไหร่ ร่างบางก็ยิ่งทรมานมากเท่านั้น


ลิ้นร้อนไล่เล็มเลียหยอกล้อจากส่วนปลายจนถึงโคนทำเอาเสียงครางดังลั่นห้อง  เท้าเล็กจิกเกร็งระบายพายุอารมณ์ที่ปั่นป่วนขึ้นในร่างกาย มือเล็กกดหัวของคยูฮยอนให้สัมผัสแนบแน่นยิ่งขึ้น

“อ่ะ อ๊า อื้ออออ”เสียงหวานครางถี่เมื่อใกล้จะถึงปลายทางของอารมณ์

“อ๊า!!!!”ซองมินกระตุกก่อนจะเสียงหวานจะร้องดังลั่นปลดปล่อยออกมาเต็มปากของอีกคนซึ่งคยูฮยอนก็กลืนลงไปจนหมดไม่ได้แสดงท่าทีรังเกียจแม้แต่นิด  ร่างสูงเงยหน้ามองคนน่ารักที่นอนหอบหายใจระรัว สายตาที่หวานเยิ้ม ปากเผย ใบหน้าแดงก่ำ ดูแล้วเหมือนกำลังยั่วกันอยู่ ยิ่งทำให้อารมณ์ของ คยูฮยอน สูงขึ้นอีก 

ภาพที่สวยเย้ายวนซะจน คยูฮยอน ห้ามแรงอารมณ์ของตนไม่อยู่ กางเกงขายาวของร่างสูงถูกปลดทิ้งขว้างอย่างไม่สนใจริมฝีปากอุ่นร้อนประกบจูบอย่างร้อนแรงอีกครั้ง มือหนาลูบไล้ทั่วกายหอมกรุ่น เค้นคลึงสะโพกเล็กอย่างหนักหน่วง สร้างแรงอารมณ์ให้ร่างเล็กอีกครั้ง ต้นขาแกร่งแทรกผ่านเรียวขาเล็กเข้าถูไถกับส่วนแก่นกายของ ซองมิน


            “อื้ออ้ะ  อ๊าา มือหนาลูบไล้ทั่วร่างบางก่อนจะเคลื่อนไปช่องทางคับแคบของคนที่ยังหายใจหอบถี่ นิ้วเรียวใช้คราบรักที่เหลือนำทางสู่ร่องสีหวาน ขาเรียวถูกแยกออกอย่างรวดเร็ว คยูฮยอน  จูบไล้ซอกขาขาวทำให้ร่างบางสั่นสะท้านไปทั้งร่าง เสียงหวานครางพร่ากับความเสียวซ่านที่ได้รับ

 อ๊า!! คยู...ยะ...อย่า...อย่าอ๊า ซองมินร้องแทบไม่เป็นภาษา เมื่อ คยูฮยอน ยึดขาเรียวเอาไว้แน่น ขณะที่ปลายนิ้วยาวก็กำลังเกลี่ยช่องทางสีสวยไปมา ทั้งยังหมุนคลึงจะเข้าไปจนใบหน้าสวยเชิดขึ้นน้อยๆ เสียงหวานครางอื้ออึงในลำคอ น้ำหยดใสฉ่ำปรอยทั่วดวงตาคู่หวาน

            “พี่รู้อะไรไหม  คำว่าอย่าในเวลาอย่างนี้ มันแปลว่า   รู้สึกดี นะ...


อ๊า!!!” สิ้นคำ ร่างสูงก็กดสอดปลายนิ้วเข้าไปในช่องทางสีสดจนซองมินสะดุ้งเฮือก


 คะ...คยู...อึ้ก...เจ็บ....ซองมิน เบิกตากว้าง ยามที่ปลายนิ้วยาวกำลังกดแทรกเข้าไปช้าๆ ความเจ็บเสียดเล็กๆ ที่เกิดขึ้นทำให้มือเล็กจิกลงไปที่ไหล่กว้างแน่น

อย่าเกรงนะ พี่ซองมิน  .. เสียงทุ้มกระซิบแผ่วชิดริมหู ยามที่ปลายนิ้วยาวกำลังกดสอดลึกเข้าไป แล้วดึงออกจากนั้นก็กดสอดเข้าไปใหม่ จนซองมินเป็นฝ่ายแยกขาเรียวออกเสียกว้าง 

คยูฮยอน ค่อย ๆเพิ่มจำนวนนิ้วเข้าไปร่างบางเกร็งร่างกายสะท้านจนร่างสูงรู้สึกได้ถึงการตอดกระตุกจากช่องทางของร่างบาง คยูฮยอนขยับร่างกายขึ้นไปจุมพิตร่างบางอย่างอ่อนโยน ปลอบประโลมให้ร่างบางนั้นค่อยๆคลายอาการเกร็งสะท้าน

อ๊าาาา!!!คนหน้าหวานถึงกับหวีดร้องออกมาสุดเสียง เมื่อปลายนิ้วยาวกำลังกระแทกเข้าที่ปุ่มเนื้อภายในจนความรู้สึกเสียวซ่านเริ่มเล่นงานทั่วทั้งร่างอีกครั้ง เรือนร่างเล็กเริ่มขยับสอดรับแรงของอีกฝ่ายทีละน้อย จนปลายนิ้วยาวเข้ามาถึงสาม เสียงหวานยิ่งครวญครางสะท้อนไปทั้งห้อง ยกสะโพกมนขึ้นถูไถกับแก่นกายใหญ่อย่างไม่รู้ตัว

                คยูฮยอน มองสะโพกมนที่ส่ายร่อนไปมาอยู่ตรงหน้ากับแก่นกายใหญ่ที่แข็งขืนจนปวดหนึบ ผนังอุ่นร้อนที่ตอดรัดนิ้วมือเขาก็คับแน่นจนทนไม่ไหว ปลายนิ้วยาวจึงดึงออกอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะจ่อสิ่งใหญ่โตเข้ามาแทนที่

เจ็บ...คยู....พี่เจ็บ!!คนหน้าหวานที่ขยับกายสอดรับกับนิ้วมือทั้งสามยิ่งน้ำตาร่วง ความเจ็บปวดที่ไม่เคยพานพบมาก่อนสอดแทรกเข้ามาทั่วกาย เมื่อแก่นกายใหญ่กำลังกดลึกเข้าหาความคับแน่นจนแทบขยับไม่ได้

                ได้โปรด...เอาออก...เจ็บ...ฮึก...เจ็บ...เสียงหวานร้องเจือสะอื้น มือเรียวพยามดันอกแกร่งเพื่อให้ ร่างสูงถอยออกห่างแต่เหมือนว่าจะไม่เป็นผล มือแกร่งรวมแขนเรียวด้วยมือเดียวกดลงเหนือหัวร่างบาง อีกมือก็จับสะโพกมนมั่นแล้วฝืนดุนดันเข้าไปจนสุด

                อ๊าาาา!!!!ร่างบางยิ่งสะอื้นในลำคอ เมื่อรู้สึกถึงช่องทางด้านหลังที่ตึงแน่นจนแทบไม่กล้าขยับ มือเรียวก็ป่ายปัดไปตามที่พื้นอย่างหวังระบายความเจ็บปวดที่ได้รับ ใบหน้าหวานที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตา

                พี่ซองมิน  ผ่อนคลายหน่อย  ...  พี่จะได้ไม่เจ็บสิ้นเสียงทุ้มที่กระซิบอยู่ข้างหู  คยูฮยอนก็จับใบหน้าสวยมั่นแล้วประกบจูบลงอย่างร้อนแรง มือใหญ่ก็กอบกุมแก่นกายเล็กแล้วขยับชักรูดแรงๆ ไปด้วย ดึงดูดความสนใจร่างเล็กมาที่จูบร้อนๆ ที่ร่างเล็กไขว้คว้าเอาไว้ ก่อนที่จะเริ่มขยับกายช้าๆ ให้ร่างบางคุ้นชินทีละน้อย

                คะ...คยู .... อ๊า...คยูฮยอน....อื้อ...ซองมินหอบหายใจแรงๆ ร่างเล็กสะดุ้งแทบทุกครั้งที่แก่นกายใหญ่กระแทกเข้ามาในกาย แต่เพียงไม่นาน ความเจ็บปวดที่ได้รับกลับแปรเปลี่ยนเป็นความสุขสมที่ไม่เคยรู้จัก

                อ๊า!!...ตะ...ตรงนั้นแรงกระแทกที่โดนจุดภายใน ทำให้ช่องทางเล็กยิ่งขมิบถี่ ตอดรัดแก่นกายใหญ่อย่างรุนแรง จนคยูฮยอนคำรามในลำคอ มือใหญ่รวบสะโพกมนของคนตัวเล็กมั่นแล้วขยับกายสอดแทรกเข้าไปเร็วขึ้นเรื่อยๆ

“พี่...อึ้ก...พี่ซอง...มิน” เสียงทุ้มครางเรียกคนที่อยู่ใต้ล่างเสียงพร่า ขณะที่ดึงรั้งสะโพกมนให้สูงขึ้น แล้วกระแทกกายเข้าไปด้วยจังหวะที่แรงและเร็วขึ้น

                “คะ....คยู...อื้อ!!!” เสียงหวานที่ออกมาเป็นช่วง ๆ  ขณะที่รู้สึกว่าร่างกายแทบทนไม่ไหวกับสัมผัสที่ได้รับ มือเรียวยกขึ้นคล้องลำคอแกร่ง แล้วยกตัวขึ้นจูบอีกฝ่ายอย่างแนบแน่น ขอรสจูบหวานๆ ที่ดึงรั้งอารมณ์ที่แทบจะเผาไหม้ร่างจนเป็นจุณ

                “คยู...อึ้ก...คยู...ฮยอน...” เสียงหวานร้องเรียกชื่ออีกฝ่ายไม่ขาดปาก ยิ่งเสียงหวานครางกระชั้นมากเท่าไร คยูฮยอนก็เร่งจังหวะตามมาเท่านั้น ใบหน้าหวานบิดเบ้น้อยๆ กับความเสียวสะท้านที่เกิดขึ้น ช่องทางบีบเกร็งอย่างรุนแรง ก่อนที่เสียงหวานจะหวีดก้อง

            “อ๊าาาาา!!!!!!!!!!!” หยาดน้ำสีขาวขุ่นพุ่งเปรอะแผ่นท้องแกร่ง ขณะที่ คยูฮยอน ยังคงสวนกายเข้าหา โอบรั้งร่างบางที่แทบหมดแรงคาอ้อมกอด กระแทกกระทั้นแรงๆ จนซองมินหอบหายใจอย่างรุนแรง

            “พี่ซองมิน.....อา .... มินมิน.....อืมมมมมมม!!!!!!!!!!

            ร่างสูงเกร็งกระตุกสะบัดคลั่งปล่อยหยาดน้ำขุ่นขาวพุ่งเข้าช่องทางอุ่นร้อนจนไหลย้อนกลับมา เสียงหอบหายใจดังประสานกันดังก้องห้อง

            ร่างทั้งสองโอบรัดกันแน่น ซึมซับจังหวะการเต้นหัวใจของอีกฝ่าย

            “ผมรักมินมินนะคำบอกรักที่กระซิบอยู่ข้างหู คำรักที่ทำให้ดงแฮยิ้มเขิน ได้แต่ซุกซบกับแผ่นอกกว้างด้วยใจที่พองโต

                หลังจากกิจกรรมร้อน ๆ จบลง  คยูฮยอนก็พาซองมินเข้าไปอาบน้ำ แต่งตัว  ก่อนจะพามานั่งที่โซฟานุ่มกลางห้องนั่งเล่น   คยูฮยอน ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ จ้องมองใบหน้าหวานที่เดี๋ยวแดง เดี๋ยวซีด  เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาอยู่หลายรอบ จนอดที่จะเอ่ยถามไม่ได้

                มินมิน  เป็นอะไรหรือเปล่า  เดี๋ยวหน้าแดง เดี๋ยวก็หน้าซีด  สรรพนามเรียกขานที่เปลี่ยนไปตอนไหนก็ไม่รู้  แต่ดูเหมือนซองมินจะไม่ได้สนใจมันมากนัก  ร่างบางยังคงจมดิ่งอยู่ในความคิดของตัวเอง ก่อนที่จะพูดออกมาเสียงเบา
                ฉัน ... ฉันหมดสิทธิ์เป็น พ่อแม่ นายแล้ว ....  คำพูดที่ออกมา  ทำให้ คยูฮยอน อดยิ้มไม่ได้  นี่ยังคิดว่าเป็นความรักแบบพ่อแม่อีกหรอเนี่ย

                ทำไมล่ะ ?....”  เอ่ยถามพร้อมรอยยิ้มที่คนมองได้แต่หน้าแดงแล้วก็ก้มงุดหลบสายตา 

                ก็ ...ก็มีอะไรแบบนี้กับ คยู ทั้งๆ ที่คิดว่า  .... คยูเหมือนลูก...   ร่างสูงส่ายหน้าน้อย ๆ กับคำตอบที่ได้  ก่อนที่ดวงตาคมจะฉายแววเจ้าเล่ห์เหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่างออก

                ไม่เป็นไรหรอก  มินมิน  นั่นเป็นหลักฐานว่า ผมอ้อน มินมิน ไง  เอ่ยบอกเสียงเรียบมือแกร่งก็สอดรัดเอวเล็กถึงร่างบางให้แนบชิด  จนแผ่นหลังบางแนบสนิทกับแผ่นอกกว้าง  ท่าทางออดอ้อนที่ทำเป็นประจำ

                ไอ้ .... ไอ้แบบนั้นน่ะเหรอการอ้อน ?  ดวงหน้าหวานเงยหันมาสบตากับร่างสูงด้านหลัง  นัยน์ตากลมโตจ้องมองตาแป๋ว  แก้วขาวอมชมพูที่ร่างสูงรู้ดีว่ามันนุ่มแค่ไหน  ท่าทางน่ารัก ๆ ที่คยูฮยอน อดไม่ได้ที่ต้องกดจมูกลงที่แก้มนุ่ม ๆสูดกลิ่นกายหมอเข้าไปจนเต็มปอด

                “ อื้ม ... ใช่เพราะงั้นไม่ต้องเป็นไรหรอกนะ  เพราะผม จะอ้อนแบบนี้กับ มินมิน แค่คนเดียวเท่านั้น  กระซิบตอบที่ริมหูร่างบาง  ลมหายใจอุ่น ๆ ที่กระทบติ่งหูเล็ก ๆ ก็เรียกเลือดให้ไปกองรวมกันที่แก้มขาว ๆ ของซองมินได้ไม่ยากแต่สรรพนามที่เปลี่ยนไป  ก็ทำให้ ซองมิน อดสงสัยไม่ได้  แต่จะให้ถามตอนนี้ก็ไม่กล้า  ตอนนี้ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าด้วยซ้ำ  ก็ไอ้สายตาที่มันจ้องมาเนี่ย .... มันเหมือนจะบอกว่า ขออ้อนแบบเมื่อกี้อีกได้ไหมเลยนี่นา ....

                แรงสั่นน้อย ๆ ของร่างบาง ใบหน้าสวยก้มงุด  ไม่ยอมหันมามองหน้า  และยิ่งแก้มแดง ๆ หูแดง ๆ และลามไปจนคอขาวที่ตอนนี้ก็เริ่มแดงขึ้นเรื่อย ๆ  ก็ทำให้คยูฮยอนรู้ตัวเองว่าทำสีหน้าแบบไหนออกไปตอนนี้  ก่อนจะค่อยๆ  ปรับสีหน้าให้เป็นปกติ  เพื่อไม่ให้คนน่ารักในอ้อมกอดกลัวไปมากกว่านี้ 

                แต่มันก็แค่ตอนนี้น่ะนะ ........ เพราะหลังจากวันนี้ไป  โจว คยูฮยอน คนนี้จะค่อยๆ  ฝังความคิดใหม่ให้คนน่ารักข้างบ้านเอง  จะเปลี่ยนจาก แม่ลูก  กลายเป็น  สามีภรรยา และเชื่อเถอะว่า  ผู้ชายคนนี้ทำได้


.............................................................................................................................................................................





ฮ่า ๆๆ  สุดท้าย มินมิน ก็ยังคิดว่าตัวเองเป็นเหมือนพ่อแม่ ของคยูอยู่นั่นน่ะนะ  ก็แหม คนเค้าคิดแบบนั้นมาตั้งแต่เด็ก ๆ นี่นา  

สุดท้ายก็ทำสำเร็จ  ฟิคเรื่องแรก  ถึงแม้จะเป็นเพียงฟิคสั้น ๆ ก็เถอะนะ   แถมเนื้อเรื่องยังมั่ว  เอ็นซีก็ ........ เฮ้อ .....  แต่ก็พยามเต็มที่แล้วนะคะ  สัญญาว่าเรื่องต่อ ๆ  ไปจะทำให้ได้ดีกว่านี้  ( ยังมีเรื่องอื่น ๆ อีกหรอเนี่ย )   หน้ากระดาษหมดพอดี อ่านแล้วรู้สึกยังไงก็บอก ๆ กันมั่งนะคะ  จะได้เอาไปปรับปรุงให้ดีขึ้น